วันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ประวัติของ เกล็น จอห์นสัน

ประวัติของ เกล็น จอห์นสัน








พนันบอลออนไลน์






ข้อมูลส่วนตัว 


ชื่อเต็ม เกล็น แม็กเลียด คูเปอร์ จอห์สัน


วันเกิด 23 สิงคม ค.ศ. 1984 (อายุ 30 ปี)


สถานที่เกิด เมือง กรีนวิช , ลอดอน ประเทศ อังกฤษ


สัญชาติ อังกฤษ


ส่วนสูง 182 เซนติเมตร


น้ำหนัก 78 กิโลกรัม


ตำแหน่ง กองหลัง


ลงเล่น 160 นัด


ยิงประตู 8 ประตู


เท้าที่ถนัด เท้าขวา


สโมสรปัจุบัน ลิเวอร์พูล


ย้ายร่วมทีม 26 มิถุนายน ค.ศ. 2009


ลงนัดแรก 16 สิงหาคม ค.ศ. 2009




พนันบอลออนไลน์





ประวัติการเป็นนักฟุตบอล


เกล็น จอห์สัน เขาเกิดเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม ค.ศ. 1984 และได้เติบโตขึ้นที่เมือง กรีนวิช กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในปัจจุบันเขาได้เล่นให้กับ ลิเวอร์พูล ในตำแหน่งแบ็กขวา โดยได้สวมเสื้อหมายเลข 2 ในบางครั้งเขาก็โดนจับให้ไปเล่นในตำแหน่งแบ็กซ้าย แต่นั่นมันก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขา และเมื่อฤดูกาลที่ 2002 - 2003 จอห์สัน เขาได้เข้ามาเป็นนักเตะฝึกหัดของทีมขุนค้อน เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ด้วยวัยเพียง 15 ปี ก่อนที่เขาจะได้จรดปลายปากกาเซ็นสัญญาเป็นนักเตะอาชีพให้กับทีม "ขุนค้อน" เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ค.ศ. 2001 และนั่นก็คือของขวัญชื้นพิเศษสำหรับเด็กอายุ 15 ปี เพราะตอนนั้นตัวเขาเองกำลังจะฉลองครบรอบวันเกิด 16 ปี ในอีกไม่กี่วัน และเขาก็ได้สวมเสื้อหมายเลข 23 ลงเล่นให้กับทีม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด และหลังจากกนั้นเพียงไม่นานเขาก็ถูกเรียกตัวให้ติดทีมชุดใหญ่ แต่ก็ธรรมดาแหละ เขาก็ต้องนั่งดูรุ่นพี่ลงเล่นที่ม้านั่งสำรองไปก่อน และสุดท้ายเขาก็ได้ย้ายไปเล่นให้กับ มิลล์วอลล์ ทีมจากลีก เดอะ แชมเปี้ยนส์ชิพ ด้วยสัญญาแบบยืมตัวเป็นเวลา 1 เดือน เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ค.ศ. 2002 แต่ว่านัดเปิิดตัวของเขาไม่ค่อยจะสวยงามเท่าไหร่ เมื่อทีมบุกไปพายให้กับ นอริช ซิตี้ เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม และนัดสุดท้ายในสีเสื้อของมิลล์วอลล์ คือวันที่ 7 พฤศจิกายน ก็จบลงแบบไม่สวยเช่นกันด้วยการบุกไปแพ้ คริสตัล พาเลช และนั่นก็คือนัดสุดท้ายที่เขาได้ลงเล่นให้กับ "สิงห์ลอนดอน" และเมื่อเขาได้หมดสัญญายืมตัวกับทาง มิลล์วอลล์ จอห์สัน เขาก็ได้กลับมาเล่นให้กับทีม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ตามเดิม และการที่เขาได้ประเดิมสนามอย่างเป็นทางการในฐานะตัวจริงก็มาถึง เมื่อวันที่ 22 มกราคม ค.ศ. 2003 ซึ่งนัดนั้นได้พบกับทีมคู่ปรับในเมืองลอนดอนอย่าง ชาร์ลตัน แอธเลติก และก็จบลงด้วยการปราชัยของทีมขุนค้อน และนั่นก็เป็นปมของเขาเรื่อยมาไม่ว่าจะเปิดตัวกับทีมไหนก็ดูไม่สวยงาม





พนันบอลออนไลน์




เพียงเวลาแค่ 2 เดือนเท่านั้นที่เขาอยู่กับ เวสต์ แฮมยูไนเต็ด และเขาก็ทำผลงานได้ไม่ค่อยดีนักและทีมก็ได้ตกชั้น และก็เป็สโมสรเชลซีที่ถือโอกาศดึงตัวแบ็กขวารายนี้ไปร่วมทัพด้วยค่าตัว 6 ล้านปอนด์ (ราวๆ 323 ล้านบาท) เมื่อวันที่ 15 กรกฏาคม ค.ศ. 2003 และนี่ก็เป็นการซื้อขายนักเตะคนแรกของการเข้ามาเทคโอเวอร์ จากเสี่ยหมี โรมัน อับราโมวิช อีกด้วย นัดเปิดตัวของ เกล็น จอห์นสัน คือนัดที่เจอกับ ซิลิน่า ในการแข่งขัน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่แฤดูกาลที่ 2003 - 2004 และในแมตช์นั้นเป็น เชลซี ที่สามารถเอาชนะไปได้ และนี่ก็ถือเป็นชัยชนะเกมแรกในการเปิดตัวของ เกล็น จอห์สัน อีกด้วย สำหรับซีซั่นแรกที่เขาเล่นให้กับ เชลซี (2003 - 2004 และ 2004 - 2005) เขาได้ลงสนามไปทั้งหมด 63 ครั้ง จนมาถึงซีซั่นที่ 2005 - 2006 นั่นคือจุดเปลี่ยนของ เกล็น จอห์นสัน เมื่อการที่ เปาโล เฟอร์ไรร่า ดูจะถูกอกถูกใจยอดกุนซืออย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ ที่รับตำแหน่งคุมทีมในช่วงนั้นมากกว่า เพราะจอห์นสันได้ลงเล่นทั้งหมดในซีซั่นนั้นเพียงแค่นัดเดียวเท่านั้น ทำให้เมื่อปี 2006 - 2007 เขาต้องถูกยืมตัวออกไปในสัญญาแบบยืมตัวอีกครั้ง ซึ่งสโมสรที่ได้ตัวแบ็กขวาจอมลุยในคราวนี้นั้นก็คือ ปอร์ทสมัธ ซึ่งในการย้ายตัวในครั้งนี้เขาโชว์ฟอร์มได้โดดเด่นมาก จดทำให้ทีมปอร์ทสมัธต้องเซ็นสัญญาซื้อตัวเขาแบบขาดเพื่อไปร่วมทัพเมื่อปี 2007




พนันบอลออนไลน์




แบ็กขวาขาลุย เกล็น จอห์สัน เขาเกิดเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม ค.ศ. 1984 และได้เติบโตขึ้นที่เมือง กรีนวิช กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในปัจจุบันเขาได้เล่นให้กับ ลิเวอร์พูล ในตำแหน่งแบ็กขวา โดยได้สวมเสื้อหมายเลข 2 ในบางครั้งเขาก็โดนจับให้ไปเล่นในตำแหน่งแบ็กซ้าย แต่นั่นมันก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขา และเมื่อฤดูกาลที่ 2002 - 2003 จอห์สัน เขาได้เข้ามาเป็นนักเตะฝึกหัดของทีมขุนค้อน เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ด้วยวัยเพียง 15 ปี ก่อนที่เขาจะได้จรดปลายปากกาเซ็นสัญญาเป็นนักเตะอาชีพให้กับทีม "ขุนค้อน" เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ค.ศ. 2001 และนั่นก็คือของขวัญชื้นพิเศษสำหรับเด็กอายุ 15 ปี เพราะตอนนั้นตัวเขาเองกำลังจะฉลองครบรอบวันเกิด 16 ปี พนันบอลออนไลน์ ในอีกไม่กี่วัน และเขาก็ได้สวมเสื้อหมายเลข 23 ลงเล่นให้กับทีม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด และหลังจากกนั้นเพียงไม่นานเขาก็ถูกเรียกตัวให้ติดทีมชุดใหญ่ แต่ก็ธรรมดาแหละ เขาก็ต้องนั่งดูรุ่นพี่ลงเล่นที่ม้านั่งสำรองไปก่อน และสุดท้ายเขาก็ได้ย้ายไปเล่นให้กับ มิลล์วอลล์ ทีมจากลีก เดอะ แชมเปี้ยนส์ชิพ ด้วยสัญญาแบบยืมตัวเป็นเวลา 1 เดือน เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ค.ศ. 2002 แต่ว่านัดเปิิดตัวของเขาไม่ค่อยจะสวยงามเท่าไหร่ เมื่อทีมบุกไปพายให้กับ นอริช ซิตี้ เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม และนัดสุดท้ายในสีเสื้อของมิลล์วอลล์ คือวันที่ 7 พฤศจิกายน ก็จบลงแบบไม่สวยเช่นกันด้วยการบุกไปแพ้ คริสตัล พาเลช และนั่นก็คือนัดสุดท้ายที่เขาได้ลงเล่นให้กับ "สิงห์ลอนดอน" และเมื่อเขาได้หมดสัญญายืมตัวกับทาง มิลล์วอลล์ จอห์สัน เขาก็ได้กลับมาเล่นให้กับทีม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ตามเดิม และการที่เขาได้ประเดิมสนามอย่างเป็นทางการในฐานะตัวจริงก็มาถึง เมื่อวันที่ 22 มกราคม ค.ศ. 2003 ซึ่งนัดนั้นได้พบกับทีมคู่ปรับในเมืองลอนดอนอย่าง ชาร์ลตัน แอธเลติก และก็จบลงด้วยการปราชัยของทีมขุนค้อนด้วยสกอร์ 3 - 1




พนันบอลออนไลน์






ในช่วงเวลาที่เขาอยู่มา 2 เดือนเท่านั้นที่เขาอยู่กับ เวสต์ แฮมยูไนเต็ด และเขาก็ทำผลงานได้ไม่ค่อยดีนักและทีมก็ได้ตกชั้น และก็เป็สโมสรเชลซีที่ถือโอกาศดึงตัวแบ็กขวารายนี้ไปร่วมทัพด้วยค่าตัว 6 ล้านปอนด์ (ราวๆ 323 ล้านบาท) เมื่อวันที่ 15 กรกฏาคม ค.ศ. 2003 และนี่ก็เป็นการซื้อขายนักเตะคนแรกของการเข้ามาเทคโอเวอร์ จากเสี่ยหมี โรมัน อับราโมวิช อีกด้วย นัดเปิดตัวของ เกล็น จอห์นสัน คือนัดที่เจอกับ ซิลิน่า ในการแข่งขัน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่แฤดูกาลที่ 2003 - 2004 และในแมตช์นั้นเป็น เชลซี ที่สามารถเอาชนะไปได้ และนี่ก็ถือเป็นชัยชนะเกมแรกในการเปิดตัวของ เกล็น จอห์สัน อีกด้วย สำหรับซีซั่นแรกที่เขาเล่นให้กับ เชลซี (2003 - 2004 และ 2004 - 2005) เขาได้ลงสนามไปทั้งหมด 63 ครั้ง จนมาถึงซีซั่นที่ 2005 - 2006 นั่นคือจุดเปลี่ยนของ เกล็น จอห์นสัน เมื่อการที่ เปาโล เฟอร์ไรร่า ดูจะถูกอกถูกใจยอดกุนซืออย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ ที่รับตำแหน่งคุมทีมในช่วงนั้นมากกว่า เพราะจอห์นสันได้ลงเล่นทั้งหมดในซีซั่นนั้นเพียงแค่นัดเดียวเท่านั้น ทำให้เมื่อปี 2006 - 2007 เขาต้องถูกยืมตัวออกไปในสัญญาแบบยืมตัวอีกครั้ง ซึ่งสโมสรที่ได้ตัวแบ็กขวาจอมลุยในคราวนี้นั้นก็คือ ปอร์ทสมัธ ซึ่งในการย้ายตัวในครั้งนี้เขาโชว์ฟอร์มได้โดดเด่นมาก จดทำให้ทีมปอร์ทสมัธต้องเซ็นสัญญาซื้อตัวเขาแบบขาดเพื่อไปร่วมทัพเมื่อปี 2007 เกล็น จอห์สัน ได้ย้ายไปร่วมทัพกับ ปอร์ทสมัธ เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ค.ศ. 2007 ด้วยสัญญา 4 ปี และค่าตัวอยู่ประมานที่ 4 ล้านปอนด์


















พนันบอลออนไลน์

วันพุธที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ประวัติของ จอนนี่ อีแวนส์

ประวัติของ จอนนี่ อีแวนส์ 










พนันบอลออนไลน์


ข้อมูลส่วนตัว


ชื่อจริง โจนาธาน อีแวนส์


เกิดวันที่ 3 มกราคม ค.ศ. 1988 (อายุ 27 ปี)


เกิดที่ เมือง เบลฟาสต์ ประเทศ ไอร์แลนด์เหนือ


สัญขาติ ไอร์แลนด์เหนือ


ส่วนสูง 188 ซม.


น้ำหนัก 76 กก.


ตำแหน่ง เซ็อนเตอร์ฮาล์ฟ


ลงเล่น 194 นัด


ยิงประตู 7 ประตู


เท้าที่ถนัด เท้าขวา


สโมสรปัจจุบัน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด


หมายเลขเสื้อ เบอร์ 6


ย้ายร่วมทีม 1 กรกฏาคม ค.ศ. 2006


ลงนัดแรก 26 กันยายน ค.ศ. 2007 (พบกับ โคเวนทรี ซิตี้)







เส้นทางการเป็นนักฟุตบอลออาชีพ



จอนนี่ อีแวนส์ เขาได้เติบใหญ่ขึ้นที่เมืองเบลฟาสต์ ซึ่งอยู่ในตอนเหนือของประเทศไอร์แลนด์ ด้วยความสูงที่เหมาะสมทำให้เขาได้ลงเล่นในตำแหน่ง เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ แตทว่าความสูงก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคสำหรับเขา ลูกในพื้นเขาก็มีทักษะและความว่องไวในการเล่น นัว่าเป็นส่วนผสมทีลงตัวมากกับความแข็งอกร่งของร่างกาย และทักษะที่เฉียบขาดอย่างไร้ที่ติ อีแวนส์ เขาเป็นอีก 1 ผลผลิตจากทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เขาได้เข้ามาร่วมทีมตั้งแต่ ค.ศ. 2004 โดยในตอนนั้นเขาเล่นให้กับทีมเยาวชน และเขาก็อยู่ในทีมเยาวชนมาจนกระทั่งปี ค.ศ. 2006 เขาก็ถูกส่งไปให้ทีม รอยัล แอนต์เพิร์พ ทีมพันธมิตรของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่ เบลเยียม และอีก 1 ซีซั่นต่อจากนั้นก็ถูกยืมตัวไปอีกกับทางสโมสร ซันเดอร์แลนด์ ภายใต้การคุมทีมของ รอย คีน รวม 2 ฤดูกาลติดต่อกัน และเขาได้กลายเป็นกำลังสำคัญของทีม เขาเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมให้กับทีม และทำให้เกมรับของทีมแข็งแกร่งขึ้น และเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน ค.ศ. 2007 อีแวนส์ เขาได้รับโอกาศได้ลงเล่นในรายการ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในเกมที่เจอกับ ดินาโม เคียฟ ซึ่งเขาถูกส่งลงไปแทน เคร์ราด ปีเก้ และในวันที่ 12 ธันวามคม ค.ศ. 2007 โอกาศที่ได้ลงตัวจริงของเขาก็มาถึง ในนัดที่พบกับ เอ เอส โรม่า




พนันบอลออนไลน์




โจนาธาน อีแวนส์ หรือที่เราเรียกกันว่า จอนนี่ อีแวนส์ นั่นเอง เด็กหนุ่มจากไอร์แลนด์เหนือ เซ็นเตอร์แบ็ครูปร่างสูง และปราดเปรียว เขาเป็นกองหลังคนหนึ่งทีมมีความฉลาด มีร่างกายที่แข็งแรง และมีทักษะความสามารถในการจ่ายบอลที่ดี และนั่นก็เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้เขาก้าวขึ้นมาติดทีมชุดใหญ่ของสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และเขายังมีรายชื่อติดทีมชาติ ไอร์แลนด์เหนือ ตั้งแต่ก่อนจะลงสนามให้กับทีม "ปีศาจแดง" ในนัดแรกซะอีก ในฤดูกาล 2005 - 2006 อีแวนส์ ในวัยเพียง 17 ปี เขามีชื่ออยู่ในทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชุดไปลุย แชมเปี้ยนส์ลีก แต่เขาก็มีโอกาศไม่ค่อยมากนักในทีมชุดใหญ่ จนกระทั่ง แมนฯ ยูไนเต็ด ขายทางด้าน เคร์ราด ปีเก้ ออกไปในช่วงซัมเมอร์ของปี 2008 ทำให้ในฤดูกาล 2008 - 2009 เขาได้มีโอกาศลงสนามให้กับทีมมากขึ้น เมื่อใดก็ตามที่ เซอร์ อเล็กซ์ เรียกใช้ จอนนี่ อีแวนส์ เขาจะลงสนามมาพร้อมกับความสงบนิ่งเสมอ ไม่ว่าจะลงเล่นในเกมใหญ่ๆอย่างที่ ซาน ซิโร่ และที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ ความสามารถในการรับมือกับความกดดันของเขานั้นเหลือมากๆ ฮีโร่ในดวงใจของเขาตั้งแต่เด็กนั่นก็คือ รอย คีน และทั้งคู่ก็เคยำด้ร่วมงานกัน เมื่อตอนที่คีนเป็นผู้จัดการทีมให้กับ ซันเดอร์แลนด์ ซึ่งในตอนนั้นอีแวนส์เล่นให้กับทีม "แมวดำ" ด้วยสัญญาแบบยืมตัว





พนันบอลออนไลน์




ความเป็นมาของเจ้าหนู จอนนี่ อีแวนส์ เขาได้เติบใหญ่ขึ้นที่เมืองเบลฟาสต์ ซึ่งอยู่ในตอนเหนือของประเทศไอร์แลนด์ ด้วยความสูงที่เหมาะสมทำให้เขาได้ลงเล่นในตำแหน่ง เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ แตทว่าความสูงก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคสำหรับเขา ลูกในพื้นเขาก็มีทักษะและความว่องไวในการเล่น นัว่าเป็นส่วนผสมทีลงตัวมากกับความแข็งอกร่งของร่างกาย และทักษะที่เฉียบขาดอย่างไร้ที่ติ อีแวนส์ เขาเป็นอีก 1 ผลผลิตจากทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เขาได้เข้ามาร่วมทีมตั้งแต่ ค.ศ. 2004 โดยในตอนนั้นเขาเล่นให้กับทีมเยาวชน และเขาก็อยู่ในทีมเยาวชนมาจนกระทั่งปี ค.ศ. 2006 เขาก็ถูกส่งไปให้ทีม รอยัล แอนต์เพิร์พ ทีมพันธมิตรของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่ เบลเยียม และอีก 1 ซีซั่นต่อจากนั้นก็ถูกยืมตัวไปอีกกับทางสโมสร ซันเดอร์แลนด์ ภายใต้การคุมทีมของ รอย คีน รวม 2 ฤดูกาลติดต่อกัน และเขาได้กลายเป็นกำลังสำคัญของทีม เขาเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมให้กับทีม และทำให้เกมรับของทีมแข็งแกร่งขึ้น และเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน ค.ศ. 2007 อีแวนส์ เขาได้รับโอกาศได้ลงเล่นในรายการ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในเกมที่เจอกับ ดินาโม เคียฟ ซึ่งเขาถูกส่งลงไปแทน เคร์ราด ปีเก้ และในวันที่ 12 ธันวามคม ค.ศ. 2007 โอกาศที่ได้ลงตัวจริงของเขาก็มาถึง ซึ่งเกมนั้นได้พบกับ ฟิออเรนติน่า ทีมจากลีกอิตาลี





พนันบอลออนไลน์





โจนาธาน อีแวนส์ หรือที่เราเรียกกันว่า จอนนี่ อีแวนส์ นั่นเอง เด็กหนุ่มจากไอร์แลนด์เหนือ เซ็นเตอร์แบ็ครูปร่างสูง และปราดเปรียว เขาเป็นกองหลังคนหนึ่งทีมมีความฉลาด มีร่างกายที่แข็งแรง และมีทักษะความสามารถในการจ่ายบอลที่ดี และนั่นก็เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้เขาก้าวขึ้นมาติดทีมชุดใหญ่ของสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และเขายังมีรายชื่อติดทีมชาติ ไอร์แลนด์เหนือ ตั้งแต่ก่อนจะลงสนามให้กับทีม "ปีศาจแดง" ในนัดแรกซะอีก ในฤดูกาล 2005 - 2006 อีแวนส์ ในวัยเพียง 17 ปี เขามีชื่ออยู่ในทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชุดไปลุย แชมเปี้ยนส์ลีก แต่เขาก็มีโอกาศไม่ค่อยมากนักในทีมชุดใหญ่ จนกระทั่ง แมนฯ ยูไนเต็ด ขายทางด้าน เคร์ราด ปีเก้ ออกไปในช่วงซัมเมอร์ของปี 2008 ทำให้ในฤดูกาล 2008 - 2009 เขาได้มีโอกาศลงสนามให้กับทีมมากขึ้น เมื่อใดก็ตามที่ เซอร์ อเล็กซ์ เรียกใช้ จอนนี่ อีแวนส์ เขาจะลงสนามมาพร้อมกับความสงบนิ่งเสมอ ไม่ว่าจะลงเล่นในเกมใหญ่ๆอย่างที่ ซาน ซิโร่ และที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ ความสามารถในการรับมือกับความกดดันของเขานั้นเหลือมากๆ ฮีโร่ในดวงใจของเขาตั้งแต่เด็กนั่นก็คือ รอย คีน และทั้งคู่ก็เคยำด้ร่วมงานกัน เมื่อตอนที่คีนเป็นผู้จัดการทีมให้กับ ซันเดอร์แลนด์ ซึ่งในตอนนั้นอีแวนส์เล่นให้กับทีม "แมวดำ" ด้วยสัญญาแบบยืมตัว เขาเป็นนักเตะคนสำคัญของทีมในตอนนั้น







พนันบอลออนไลน์








พนันบอลออนไลน์ จอนนี่ อีแวนส์ เขาได้เติบใหญ่ขึ้นที่เมืองเบลฟาสต์ ซึ่งอยู่ในตอนเหนือของประเทศไอร์แลนด์ ด้วยความสูงที่เหมาะสมทำให้เขาได้ลงเล่นในตำแหน่ง เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ แตทว่าความสูงก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคสำหรับเขา ลูกในพื้นเขาก็มีทักษะและความว่องไวในการเล่น นัว่าเป็นส่วนผสมทีลงตัวมากกับความแข็งอกร่งของร่างกาย และทักษะที่เฉียบขาดอย่างไร้ที่ติ อีแวนส์ เขาเป็นอีก 1 ผลผลิตจากทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เขาได้เข้ามาร่วมทีมตั้งแต่ ค.ศ. 2004 โดยในตอนนั้นเขาเล่นให้กับทีมเยาวชน และเขาก็อยู่ในทีมเยาวชนมาจนกระทั่งปี ค.ศ. 2006 เขาก็ถูกส่งไปให้ทีม รอยัล แอนต์เพิร์พ ทีมพันธมิตรของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่ เบลเยียม และอีก 1 ซีซั่นต่อจากนั้นก็ถูกยืมตัวไปอีกกับทางสโมสร ซันเดอร์แลนด์ ภายใต้การคุมทีมของ รอย คีน รวม 2 ฤดูกาลติดต่อกัน และเขาได้กลายเป็นกำลังสำคัญของทีม เขาเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมให้กับทีม และทำให้เกมรับของทีมแข็งแกร่งขึ้น และเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน ค.ศ. 2007 อีแวนส์ เขาได้รับโอกาศได้ลงเล่นในรายการ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในเกมที่เจอกับ ดินาโม เคียฟ ซึ่งเขาถูกส่งลงไปแทน เคร์ราด ปีเก้ และในวันที่ 12 ธันวามคม ค.ศ. 2007 โอกาศที่ได้ลงตัวจริงของเขาก็มาถึง อีแวนส์ เขาได้กลับมาลงเล่นให้กับทีมในฤดูกาลที่ 2007 - 2008















พนันบอลออนไลน์

วันอังคารที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ประวัติของ มัตเตโอ ดาร์เมี่ยน

ประวัติของ มัตเตโอ ดาร์เมี่ยน 





พนันบอลออนไลน์



ข้อมูลส่วนตัว


ชื่อเต็ม มัตเตโอ ดาร์เมี่ยน


วันเกิด 2 ธันวาคม ค.ศ. 1989 (อายุ 25 ปี)


สถานที่เกิด เมือง เลนญาโน่ ประเทศ อิตาลี


ทีมชาติ อิตาลี


ส่วนสูง 180 ซม.


น้ำหนัก 70 กก.


ตำแหน่ง กองหลัง


เท้าที่ถนัด เท้าขวา


สโมสรปัจจุบัน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด


ย้ายเข้ามาร่วมทีมเมื่อวันที่ 11 กรกฏาคม ค.ศ. 2015


หมายเลขเสื้อ เบอร์ 36





ประวัติการค้าแข้ง



พนันบอลออนไลน์


มัตเตโอ ดาร์เมี่ยน เริ่มต้นการค้าแข้งโดยการเป็นนักเตะเยาวชนให้กับ เอ ซี มิลาน ก่อนที่เขาจะได้ก้าวไปเล่นกับทีมชุดใหญ่ในศึก กัลโซ่ เซเรีย อา ด้วยวัยเพียง 17 ปี และเมื่อปี ค.ศ. 2009 เขาได้ย้ายไปร่วมทีม ปาโดว่า ด้วยสัญญาแบบยืมตัว และสามารถช่วยให้ทีมรอดจากการตกชั้นใน ซีรี บี ได้สำเร็จ และเขาไดด้กลับมาโลดแล่นใน เวเรีย อา อีกครั้ง โดยคราวนี้เขาได้เซ็นสัญญากับทีม ปาแลร์โม่ ก่อนที่ในซีซั่นต่อมาจะย้ายไปเล่นให้กับ โตริโน่ ในศึก ซีรี บี อีกครั้ง ในแบบยืมตัวอีกเช่นเคย เขาพังประตูแรกให้กับทีมได้เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ค.ศ. 2011 ในนัดที่พบกับ เอมโปลี โดยเมื่อจบฤดูการดังกล่าว โตริโน่ ก็ได้เลื่อนชั้นขึ้นไปเตะในลีกสุดของอิตาลีได้สำเร็จ การค้าแข้งในฤดูกาลแรกกับ โตริโน่ ในศึกการแข่งขัน เซเรีย อา เขาได้ลงเล่นในลีกไปทั้งหมด 30 เกม รวมไปถึงบอลถ้วย โคปา อิตาลี อีก 2 เกม ภายหลังต่อมาโตริโน่ได้ตัดสินใจซื้อ ดาร์เมี่ยน แบบขาดตัวจากปาแลร์โม่ ด้วยค่าตัว 1.5 ล้านยูโร และในฤดูกาล 2013 - 2014 เขาก็ลงเล่นให้กับทีมต้นสังกัดไป 37 เกม จากนั้น ในวันที่ 18 พฤษภาคม ค.ศ. 2014 เขาก็ได้ลงเล่นเป็นนัดที่ 100 ให้กับสโมสร ซึ่งในแมตช์นั้นเป็นการเสมอกับ ฟิออเรนติน่า 2 - 2




พนันบอลออนไลน์


เมื่อฤดูกาล 2014 - 2015 เขาสามารถทำประตูแรกในเกมระดับยุโรปได้ซึ่งเป็นการแข่งขัน ยูโรป้า ลีก รอบคัดเลือก รอบ 3 ที่เอาชนะทีม บรอมมาปอจคาร์น่า ทีมจากสวีเดน 4 - 0 เขาสามารถโชว์ฟอร์มได้โดดเด่นมากจากการลงเล่น 47 นัด รวมทุกรายการ ทำให้ไปเข้าตาแมวมองของทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และในที่สุดทีม "ปีศาจแดง" ก็ได้ประกาศคว้าตัว มัตเตโอ ดาร์เมี่ยน ดาวเตะอิตาลีรายนี้เข้ามาร่วมทัพ เมื่อวันที่ 10 กรกฏาคม ค.ศ. 2015 ก่อนที่จะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันถัดไป สำหรับผลงานในระดับทีมชาติ ดาร์เมียน เคยลงเล่นให้กับทีมชาติอิตาลีในชุด U - 17 , U - 18 , และ U - 19 มาแล้ว ก่อนที่เขาจะประเดิมสนามในชุด U - 21 ในเกมอุ่นเครื่่องกับทีมชาติ ออสเตรเรีย เมื่อวันที่ 25 มีนาคม ค.ศ. 2009 จากนั้นเมื่อเดือน มีนาคม ค.ศ. 2014 เขาก็ถูกเรียกตัวไปติดทีมชาติชุดใหญ่โดย เชซาเร่ ปรันเดลลี่ ซึ่งมีแนวคิดที่จะดันนักเตะที่อายุน้อยไปลุยฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิล และเขาก็ได้ประเดิมสนากับทีม "อัซซูรี่" ในวันที่ 31 พฤษภาคม ค.ศ. 2014 ด้วยวัย 24 ปี เขาได้ลงไปเล่นในตำแหน่งแบ็คขวา ในเกมอุ่นเครื่องกับ ไอร์แลนด์ ที่กรุงลอนดอน และในวันต่อมาเขาก็มีรายชื่อติด 1 ใน 23 คนที่จะไปลุยฟุตบอลโลก 2014 และในวันที่ 14 มิถุนายน ค.ศ. 2014 เขาก็ได้ประเดิมสนามในรายนี้ ในนัดที่ทีมเอาชนะ อังกฤษ ไปด้วยสกอร์ 2 - 1 และเขายังมีโอกาศได้ลงเล่นในอีก 2 เกมถัดไปของรอบแบ่งกลุ่ม แต่ก็น่าเสียดายที่ทีมชาติอิตาลี แพ้ทั้ง 2 เกม ทำให้ไม่สามารถผ่านเข้ารอบต่อไปได้




พนันบอลออนไลน์




มัตเตโอ ดาร์เมี่ยน เป็นนักฟุตบอลชาว อิตาลี ที่ได้รับการยอมรับและถูกจับตามอง ในช่วงฟุตบอลโลก 2014 รอบสุดท้ายที่ประเทศบราซิล ถึงเขาจะได้ลงเล่นรับใช้ให้ทีมชาติอิตาลี ในเกมอุ่นเครื่องกับไอร์แลนด์ ณ สนาม คราเวน ค๊อตเทจ ก่อนที่ทัวร์นาเมนต์จะเริ่มเพียง 1 วันเท่านั้น แต่แล้ว ปราการหลังจากสโมร โตริโน่ ก็ได้ถูกเลือกโดยผู้จัดการทีมอย่าง เชซาเร่ ปรันเดลลี่ และเขาก็คือ 1 ใน 23 ขุนพล ที่จะไปทำการลงแข่งขันในศึกฟุตบอลโลกคราวนี้ และเขาก็ออกสตาร์ทด้วยการเป็นตัวจริงทุกนัด ในรอบแบ่งกลุ่ม จากฟอร์มส่วนตัวที่ดีทำให้เขาทำให้เขาได้รับรางวัล "นักเตะยอดเยี่ยมของทีมชาติอิตาลีปี 2014" (Pallone Azzurro) ซึ่งเขาได้รับรางวัลนี้เมื่อต้นปี 2015 ขณะที่ในนามทีมชาติ เขาสามารถปักหลักเป็นตัวจริงได้แล้วในตำแหน่งแบ็คขวา ในระดับสโมสร เขาเริ่มต้นด้วยการเล่นเป็นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ ให้กับสโมสร เอ ซี มิลาน โดยได้รับโอกาศลงเล่นเป็นครั้งแรกในเกม โคปา อิตาเลีย พบกับทีม เบรสซา ในตอนนั้นเขามีอายุเพียง 16 ปี อย่างไรก็ตาม เขาก็ไม่สามารถทะลุขึ้นไปเล่นในทีมชุดใหญ่ "รอสโซเนรี่" ได้ ต่อมา ดาร์เมียน ตัดสินใจย้ายไปเล่นให้กับ ปาโดว่า ในศึก ซีรี บี แบบยืมตัวก่อนที่จะย้ายไปเล่นให้กับ ปาแลร์โม่ เมื่อปี 2010




พนันบอลออนไลน์



ถึงแม้ว่า ดาร์เมียน จะมีประสบการในเกมยุโรปในศึก ยูโรปา ลีก เขาได้ตัดสินใจครั้งสำคัญอีกทีด้วยการลงไปเล่นใน ซีรี บี อีกครั้งกับทีม โตริโน่ ด้วยสัญญาแบบยืมตัวในช่วงแรกหลังจากที่เขามีปัญหาอาการบาดเจ็บ ซึ่งมันรบกวนเขาตอลดซีซั่นนั้นตอนอยู่กับ ปาแลร์โม่ หลังจากนั้น ดาร์เมียน ก็ได้พิสูจน์ตัวเองและได้ยึดตำแหน่งตัวจริงกับทีม "กรานาต้า" เอาไว้ได้และช่วยให้ทีมได้กลับขึ้นมาเล่นใน เซเรีย อา ได้อีกครั้ง ต่อมาดาวเตะรายนี้ก็ได้ลงเล่นให้ โตริโน่ ใน 4 ฤดูกาลต่อมาไม่ต่ำกว่า 30 เกมเลย มัตเตโอ ดาร์เมียน เขาได้รับการยกย่องว่าเป็น 1 ในฟลูแบ็คที่เล่นได้ดุดันมาในยุโรป ความสามารถในการพาบอลขึ้นไปทำเกมของเขา มันมีประโยชน์กับทีมมาก ซึ่งมันสัมพันธ์กับการเล่นเกมรับของเขา ดาร์เมี่ยน เขาถูกยกเอาไปเปรียบเทียบกับ อันโตนิโอ คาบรินี่ กองหลังในตำนานของทีม ยูเวนตุส และทีมชาติอิตาลี การย้ายทีมของเขาในครั้งนี้ทำให้ ดาร์เมียน กลายเป็นนักเตะอิตาลีคนที่ 5 ในสีเสื้อของทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต่อจาก คาร์โล ซาร์โตรี (คนแรก), มัสซิโอ ตาอิบี้ , จูเซปเป้ รอสซี่ , และ เฟเดรริโก มาเคด้า รวมถึงเป็นนักเตะ โตริโน่ คนที่ 2 ที่ย้ายมาแมนฯยูฯต่อจาก เดนิส ลอว์ เมื่อปี ค.ศ. 1962



พนันบอลออนไลน์




แม้ว่า มัตเตโอ ดาร์เมียน จะเริ่มต้นการเล่นฟุตบอลอาชีพในตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์าฟ แต่ในช่วงหลังๆมานี้เขาโดนจับมาเล่นเป็นแบ็คจอมบุกในฝั่งซ้ายและขวาเป็นส่วนใหญ่ แม้ว่าเท้าที่เขาถนัดจะเป็นเท้าขวาก็ตาม และเป็นที่รู้กันดีว่า ดาร์เมียน เขามีดีทั้งเกมรุกและเกมรับ สามารถปรับตัวเข้ากับแท็คติกได้ดี มีความเร็วและความแข็งแกร่ง ดาร์เมียน เขามีเปอร์เซ็นการเข้าสะกัดและเอาชนะได้ถึง 5.3 ครั้งต่อเกมมากที่สุดใน 5 ลีกหลักในยุโรป













พนันบอลออนไลน์

วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ประวัติของ อันเดร์ เอร์เรรา

ประวัติของ อันเดร์ เอร์เรรา 




พนันบอลออนไลน์



ข้อมูลนักเตะ


ชื่อจริง อันเดร์ เอร์เรรา


เกิดวันที่ 14 สิงหาคม ค.ศ. 1989 (อายุ 25 ปี)


เกิดที่ เมือง บิลเบา ประเทศ สเปน


สัญชาติ สเปน


ส่วนสูง 182 ซม.


น้ำหนัก 70 กก.


เท้าที่ถนัด เท้าขวา


ตำแหน่ง กองกลาง


สโมสรปัจจุบัน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด


หมายเลขเสื้อ เบอร์ 21


เส้นทางการค้าแข้ง


ถือว่าเขาเป็นนักเตะรายแรก ภายใต้การคุมทีมของยอดกันซืออย่าง ลูอิช ฟาน กัล ผู้จัดการทีมคนใหม่ของสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังจากที่ทัพ "ปีศาจแดง" ประกาศเซ็นสัญญาคว้าตัว อันเดร์ เอร์เรร่า กองกลางที่เปี่ยมไปด้วยความสามารถมาจาก แอธแลนติก บิลเบา อย่างเป็นทางการ เรามาดูกันว่าเบื้องหน้าเบื้องหลังของนักเตะรายนี้เป็นอย่างไร และเขาเหมาะสมที่จะมาเป็นสมาชิกคนใหม่ของทีมหรือไม่ ? คุณรูจักนักเตะคนนี้มากน้อยแค่ไหน เรามาลองอ่านประวัติของเขากัน


อันเดร์ เอร์เรร่า เขาได้เกิดเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม ค.ศ. 1989 และได้เติบโตขึ้นที่เมืองบิลเบา และเขาก็ได้เข้าร่วมกับอคาเดมี่ของสโมสร เรอัล ซาราโกซ่า ที่นั่นเปรียบเสมือนโรงเรียนที่สอนฟุตบอลและคอยปลุกปั้น เอร์เรรา ให้เขาสามารถยืนหยัดในวงการฟุตบอลได้ และในขณะเดียวกันดาวเตะมากพรสวรรค์รายนี้ ก็ได้โชว์ฟอร์มอย่างยอดเยี่ยม เขาสามารถช่วยทีมที่คอยชุบเลี้ยงเขา ได้เลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดแห่งศึกลูกหนังสเปนเมื่อปี 2009 ได้สำเร็จ



พนันบอลออนไลน์



อีกสองปีต่อมา เอร์เรรา ย้ายมาร่วมทัพกับ แอธแลนติก บิลเบา ด้วยค่าตัว 6.6 ล้านปอนด์ (ราว 356.4 ล้านบาท) ในวันเกิดของเขา ด้วยฟอร์มการเล่นอันฉูดฉาดที่ ซาน มาเมส ส่งผลให้ เอร์เรรา ได้รับการชื่นชมจากแฟนบอล แอธฯบิลเบา ให้เป็นหนึ่งในยอดกองกลางสามสิงห์ร่วมกับ ออสการ์ เด มาร์กอส และ อันเดร์ อิตูร์ราสเป้ เพื่อนร่วมทีม อีกอย่าง เอร์เรรา ถือเป็กำลังสำคัญที่ช่วยให้ บิลเบา คว้าตั๋วไปเล่นในแชมเปี้ยนลีกส์ได้สำเร็จในฤดูกาลแรกที่เขาเข้ามาร่วมทีม ชีวิตคนเราก็ไม่ได้สวยหรูเสมอไป เอร์เรรา ก็เป็นหนึ่งในบุคคลเหล่านั้น ในช่วงฤดูกาลที่ 2012 - 2013 ถือเป็นช่วงชีวิตที่ยากลำบากมากของดาวเตะรายนี้ เนื่องจากเขาโดนอาการบาดเจ็บรบกวนตลอดฤดูกาล แถมสถานการณ์ของทีมในตอนนั้นก็อยู่ในโซนตกชั้น รวมไปถึงผู้เล่นเก่งๆต่างพากันทยอยย้ายออกจากถิ่น ซาน มาเมส กันหมด แต่แล้วสถานการณ์อันเลวร้ายนั้นก็เริมกลับมาดีขึ้น เมื่อพระเอกอย่าง เอร์เรรา หายเจ็บกลับมาช่วยทีมหนีตกชั้นได้สำเร็จ ในช่วงการแข่งขันท้ายซีซั่น



พนันบอลออนไลน์



อันเดร์ เอร์เรรา ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในฤดูกาลล่าสุด จากการที่เขายิงไปได้ 5 ประตู จากการลงเล่น 33 แมตช์ ช่วยให้ทีม แอธฯบิลเบา จบอันดับที่ 4 ในตารางคะแนน ของลาลลีกาสเปน และนั่นก็เป็นเรื่องธรรมดาของนักเตะที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพ ที่จะมีสโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรปหลายทีมจับตามอง และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็คือหนึ่งในนั้น และหากเรายังจำกันกันได้ในช่วงเดือน มีนาคม ค.ศ. 2012 เอร์เรรา เคยมาโชว์ฟอร์มที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด ในนัดที่ แมนฯยูไนเต็ด ได้เปิดบ้านรับการมาเยือนของ แอธแลนติก บิลเบา ในรายการ ยูโรป้า ลีก ซึ่งในตอนนั้นโชคไม่ค่อยดีที่ทีม "ปีศาจแดง" ต้องพ่ายให้กับ บิลเบา ไปด้วยสกอร์ 3-2 อย่างน่าเสียดาย ซึ่งในค่ำคืนการแข่งขันนั้น เอร์เรรา ได้สวมบทบาทเป็นจอมทัพตัวควบคุมเกม ก่อนที่เขาจะจ่ายให้ เด มาร์กอส เพื่อนร่วทีมซัดประตูย้ำชัยชนะเหนือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในนาทีที่ 86 ก่อนที่ บิลเบา จะสามารถเอาชนะทีมยักษ์ใหญ่ จากเกาะอังกฤษได้อีกครั้งในถิ่น ซาน มาเมส ส่งผลให้ทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องอกหักจากถ้วย ยูโรป้า ลีก ในซีวั่นนั้นด้วย



พนันบอลออนไลน์



เนื่องจากความพ่ายแพ้ทั้งไปและกลับ ทำให้ยอดกุนซืออย่าง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ต้องออกมาเอ่ยปากชมทีมดังจากเมืองสเปนว่า "แอธแลนติก บิลเบา คือสโมสรที่มีความมุ่งมั่นสูงกว่าทีมไหนที่ผมเคยเจอมาในยุโรป ไม่ใช่เพียงแค่ความมุ่งมั่นเท่านั้น พวกเขายังมีนักเตะที่มีความสามารถมากมายอยู่ในทีมอีกด้วย ผมเชื่อว่าเขาจะผ่านเข้าไปในรอบลึกๆได้อย่างแน่นอน" ในส่วนของทีมชาติ เอร์เรรา เป็นนักเตะที่มีรายชื่อในทีมชาติสเปนมาแล้วทุกระดับ ยกเว้นทีมชุดใหญ่ แถมเคยลงสนามเคียงข้างกับนักเตะชื่อดังของทีม แมนเชสเตอร์ ยุไนเต็ด อย่าง ดาวิด เด เคอา และ ฮวน มาต้า ในทีมชาติสเปนชุด ยู - 21 อีกด้วย แม้ไม่เคยมีชื่อในขุนพล "กระทิงดุ" ชุดใหญ่ แต่ทว่ากองกลางรายนี้ถือว่าเป็นกำลังสำคัญของทีมชาติ ที่สามารถช่วยให้สเปนคว้าเหรียญทอง โอลิมปิก 2012 ที่ประเทศอังกฤษได้สำเร็จ



พนันบอลออนไลน์


ไรอัน กิ๊กส์ ผู้ช่วยผู้จัดการทีม "ปีศาจแดง" ให้สัมภาษณ์ในงานแถลงข่าวว่า "เอร์เรรา คือดาวเตะมหัศจรรย์ ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสามารถ เขามีความคิดสร้างสรรค์ที่มาพร้อมกับความอึด และพวกเราเชื่อว่า เอร์เรรา คือหนึ่งในนักเตะดาวรุ่งที่แพรวพราวมาก ในวงการลูกหนังของสเปน แต่ผมเชื่อว่าเขาจะได้การยอมรับจากแฟนบอล "ปีศาจแดง" ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ เอร์เรรา ได้ตัดสินใจฝากอนาคตของเขาไว้กับทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด" ในขณะเดียวกัน เอร์เรรา กองกลางตัวใหม่ป้ายแดงของทีม แมนฯยูไนเต็ด ก็ได้ออกมากล่าวไว้ว่า " ผมรู้สึกเหมือนกับว่าสิ่งที่ผมใฝ่ฝันไว้ มันได้กลายมาเป็นความจริงในวันนี้ เมื่อผมได้จรดปลายปากกาเซ็นสัญญากับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผมเคยเจอกับทีมแมนฯยูมาก่อนนะ ในศึก ยูโรป้า ลีก และในนัดนั้นผมก็เล่นได้อย่างโดดเด่นมาก ถือเป็นหนึ่งในเกมแห่งความทรงจำของผม ในฤดูกาลที่ผ่านมา และในซีซั่นนี้ผมได้ย้ายมาเล่นใน โอลด์ แทรฟฟอร์ด ผมจะดึงเอาความสามารถทั้งหมดที่ผมมีออกมา เผื่อที่จะช่วยให้ทีมประสบความสำเร็จ ผมตื่นเต้นมากๆแทบจะรอเวลาที่จะลงเล่นในชุด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ไหวแล้ว"



พนันบอลออนไลน์



แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้เซ็นสัญญากับคว้าตัว อันเดร์ เอร์เรรา มิดฟิลด์จากทีม แอธแลนติก บิลเบา มาร่วมทีมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้เขาได้กลายเป็นนักเตะคนแรกที่ได้ย้ายมาร่วมทัพ ในช่วงภายใต้การคุมทีมของ หลุยส์ ฟาน กัล อันเดร์ เอร์เรรา เป็นนักเตะตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลางวัย 24 ปี เขาได้เกิดในเมือง บิลเบา เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม ค.ศ. 1989 เขาได้ร่ำเรียนทักษะลูกหนังกับทีม เรอัล ซาราโกซ่า ก่อนที่เขาจะได้เลื่อนขั้นจากทีมชุดสำรองไปติดทีมชุดใหญ่ เขาสามารถช่วยทีมให้เลื่อนชั้นขึ้นไปเตะในลีกสูงสุดของสเปน (ลาลีกา ลีก) เมื่อปี ค.ศ. 2009 จากนั้น 2 ปีต่อมา เอร์เรรา ก็ได้ย้ายไปเล่นให้กับ แอธแลนติก บิลเบา ทีมในบ้านเกิดของเขาด้วยค่าตัว 6.6 ล้านปอนด์ เขาเป็นหนี่งในสามขุนพลแดนกลางของทีมร่วมกับ ออสการ์ เด มาร์กอส และ อันเดร์ อิตูร์ราสเป้ เขาเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับทีมขึ้นมาได้ ในวงการลูกหนังของสเปน รวมถึงในเวทียุโรปด้วย ในฤดูกาลแรกของเขา เอร์เรรา ในถิ่น ซาน มาเมส ภายใต้การคุมทีมของ มาร์เซลโล บิเอลซ่า ทางสโมสรได้เป็นรองแชมป์ ยูโรป้า ลีก และ โกปา เดล เลย์ เขาโดนอาการบาดเจ็บรบกวนเล็กน้อยในปี 2012 - 2013 ซึ่งในตอนนั้นมีนักเตะชื่อดังหลายคนได้ย้ายออกจากทีมไป ในที่สุด เอร์เรรา ก็สามารถเรียกความฟิตกลับมาทัน ช่วยให้ต้นสังกัดเอาตัวรอดจากการตกชั้นได้


อันเดร์ เอร์เรรา เขาได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งเดือนกุมภาพันธ์จาก ManUtd.com และเขาก็ตั้งใจจะให้มันเป็นรางวัลแรกของถ้วยแชมป์อีกมากมายที่จะตามมากับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มิดฟิลด์ชาวสแปนิชได้รับผลการโหวตอย่างถล่มทลายจากโพลล์ออนไลน์ ซึ่งสูงถึง 76 เปอร์เซ็น เอาชนะ มาร์กอส โรโฮ (14 เปอร์เซ็น) และ คริส สมอลลิ่ง (10 เปอร์เซ็น) เอร์เรรา ได้พูดคุยกับ ManUtd.com และ MUTV เกี่ยวกับการคว้ารางวัลส่วนตัวของเขากับทีม "ปีศาจแดง" เอาไว้ว่า "มัมมีความหมายมากสำหรับผม เพราะการโหวตจากแฟนๆ และตัวผมก็รู้สึกซาบซึ้งเหลือเกิน"















พนันบอลออนไลน์

วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ประวัติของ ไมเคิล คาร์ริค

ประวัติของ ไมเคิล คาร์ริค





พนันบอลออนไลน์  


ข้อมูลนักเตะ


ชื่อจริง ไมเคิล คาร์ริค


เกิดวันที่ 28 กรกฏาคม ค.ศ. 1981 (อายุ 33 ปี)


สถานที่เกิด เมืองวอลล์เซนด์ ประเทศอังกฤษ


ทีมชาติ อังกฤษ


ส่วนสูง 183 เซนติเมตร น้ำหนัก 74 กิโลกรัม


ตำแหน่ง กองกลาง


สโมสรปัจจุบัน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด


เข้าร่วมทีมเมื่อ 31 กรกฏาคม ค.ศ. 2006


หมายเลขเสื้อ เบอร์ 16



ประวัติกาค้าแข้ง


ถ้าหากจะพูดถึงทีมที่ประสบความสำเร็จเยอะที่สุดในเกาะอังกฤษก็คงหนีไม่พ้น "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และถ้าหากจะพูดถึงคนที่เป็นตัวขับเคลื่อน และคอยควบคุมจังหวะของบอลในช่วงนั้น ก็คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก ไมเคิล คาร์ริค ซึ่งในตอนนั้นเป็นช่วงที่พีคมากสำหรับเขา คาร์ริค เกิดเมื่อวันที่ 28 กรกฏาคม ค.ศ. 1981 และได้เติบโตขึ้นมาในเมืองวอลล์เซนด์ ประเทศอังกฤษ ในช่วงเขายังเด็กเขาเป็นแฟนตัวจริงของทีม นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด เลยทีเดียว และเขาก็เริ่มเล่นฟุตบอลกับสโมสร วอลล์เซนด์ บอยส์ คลับ ต่อมาเมื่อเขาอายุได้ 12 ปี ฟุตบอลก็เริ่มครอบงำเขาอย่างเต็มตัว จนเขาถูกส่งโปรไฟล์ไปให้สำนักงานข่าว บีบีซี และได้ออกอากาศในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1995 และนั่นก็ทำให้อคาเดมี่ของทีม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ดึงตัวเขาไปร่วมการฝึกซ้อม ซึ่งในตอนนั้นเขาถูกจับให้ไปเล่นในตำแหน่งกองหน้า



พนันบอลออนไลน์  



คาร์ริค เขากลายเป็นส่นหนึ่งของทีม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในรายการ เอฟเอ ยูธ เมื่อปี ค.ศ. 1998-1999 ซึ่งเขายิงไปได้ 2 ประตู ในนัดชิงชนเลิศ ซึ่งในนัดนั้นทีมได้เอาชนะ โคเวนทรี ซิตี้ 9-0 และการเป็นนักฟุตบอลอาชีพของเขาก็ได้มีปัญหา เมื่อเขาได้รับอาการบาดเจ็บและต้องพักถึง 2 ปี แต่เขาก็สามารถฟื้นตัวกลับมาได้อย่างรวดเร็ว และทำให้เขาได้ลงเล่นกับทีมชุเดใหญ่ครั้งแรกในเกมที่เสมอกับ โจเคอริท 1-1 ในแมตช์การแข่งขัน อินเตอร์ โตโต้ คัพ เมื่อวันที่ 24 กรกฏาคม ค.ศ. 1999 หลังจากนั้นต่อมาอีก 5 สัปดาห์ เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม เขาได้ถูกส่งลงไปแทนที่ ริโอ เฟอร์ดินานด์ ในเกมนั้นทีมสามารถเอาชนะ แบรดฟอร์ด ไปได้ 3-0 ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1999 คาร์ริค ถูกส่งไปให้ สวินดอน ทาวน์ ยืมตัวไปและได้ลงเล่นครั้งแรกในนัดที่เสมอกับ นอริช ซิตี้ 0-0 เขาสามารถประเดิมประตูแรกในการเป็นนักฟุตบอลอาชีพได้ ในนัดที่เอาชนะ ชาร์ลตัน 2-1 เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน



พนันบอลออนไลน์  



เมื่อเดือน กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2000 เขาถูกส่งตัวให้ทีมอื่นยืมไปใช้งานอีกครั้ง โดยคราวนี้เป็นสโมสร เบอร์มิงแฮม ซิตี้ แต่เขาก็ได้ลงเล่นเพียงแค่ 2 เกมเท่านั้น และเขาก็ได้กลับมายังถิ่น อัพตัน พาร์ค อีกครั้ง ต่อมาประตูแรกที่เขาได้ทำให้กับ เวสต์แฮม เกิดขึ้นในเกมที่ทีมเอาชนะ โคเวนทรี 5-0 เมื่อวันที่ 22 เมษายน และในฤดุกาลแรกของเขากับทีม "ขุนค้อน" เขาก็ได้ถูกรับเลือกให้เป็นนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของสโมสร ในฤดูกาลที่ 2000 - 2001 ไมเคิล คาร์ริค ลงเล่นให้กับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ดไป 32 เกม อีกทั้งเขายังสามารถยิงได้ 2 ประตู ในซีซั่นนี้ ประตูแรกของเขาเกิดขึ้นในนัดที่พ่ายให้ต่อ แบล็คเบิร์น 1-7 เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม และอีก 10 วันต่อมา เขาก็สาารถยิงประตูที่ 2 ได้โดยในนัดนั้นเป็นการเอาชนะ เชลซี 2-1 และในช่วงท้ายฤดูกาลนี้เขามีอาการเจ็บบริเวณโคนขาหนีบ ซึ่งทำให้เขาไม่มีรายชื่อติดทีมชาติอังกฤษชุดอายุไม่เกิน 21 ปี




พนันบอลออนไลน์  



ในฤดูกาลที่ 2002 - 2003 แฟนบอลของทีม เวสต์แฮม เกือบจะลืมชื่อของ ไมเคิล คาร์ริค ไปแล้วเนื่องจากเขามีอาการบาดเจ็บรบกวนตลอดฤดูกาล และสุดท้าย เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ก็ต้องตกชั้นไปในตอนจบซีซั่น แทนที่เขาจะย้ายออกจากทีมตามเพื่อนร่วมทีมอย่าง โจ โคล , เฟรดี้ คานูเต้ และ เจอร์เมน เดโฟ แต่เขากลับขอปักหลักอยู่ช่วยทีมต่อไป เมื่อฤดูกาลที่ 2003 - 2004 เวสต์แฮม จบอันดับที่ 4 ของตาราง และทำให้ต้องเตะเพลย์ออฟ เพื่อที่จะเลื่อนชั้นแต่ก็ต้องฝันสลาย เมื่อทีมได้พ่ายให้ต่อ คริสตัล พาเลซ 0-1 ในรอบชิงของการเตะเพลย์ออฟ ทำให้คาร์ริคอยากจะย้ายทีมไปเตะในศึกพรีเมียร์ลีก และต่อมาเขาได้ถูกจับตามองจากหลายๆทีมในพรีเมียร์ลีกเช่น ปอร์ตสมัธ , อาร์เซน่อล , เอฟเวอร์ตัน , เวสต์บรอมวิช และ คริสตัล พาเลซ ก่อมที่ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ จะตัดหน้าทุกทีมและคว้าลายเซ็นของเขาไปได้สำเร็จ




พนันบอลออนไลน์  



เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม สเปอร์ส ได้บรรลุข้อตกลงกับทาง เวสต์แฮม ด้วยเงินมูลค่า 3,500,000 ปอนด์ และทำให้ ไมเคิล คาร์ริด ได้มาซบอยู่ในถิ่น ไวน์ฮาร์ทเลน ในที่สุด และคาร์ริคได้ลงเล่นให้กับทีมสำรองซึ่งในนัดแรกเขาก็สามารถทำประตูได้เลย แต่ต่างกันในทีมชุดใหญ่เขากลับโชคร้าย เมื่อวันที่ 14 กันยายน เขาได้รับบาดเจ็บทำให้การเปิดตัวของเขากับทีมชุดใหญ่ต้องเลื่อนออกไปก่อน และนัดแรกของเขากับทีมชุดใหญ่ก็มาถึง เขาได้สวมเสื้อหมายเลข 23 และถูกเปลี่ยนตัวลงไปในเกมที่แพ้ให้กับ ปอร์ตสมัธ 0-1 ถึงแม้ตัวเขาจะกลับมาฟิตสมบูรณ์เต็มที่แล้ว ฌาคส์ ซานตินี่ กุนซือของทีมในขณะนั้น ก็ยังมองข้ามเขาไปเนื่องจากเขามองว่า คาร์ริค ถูกซื้อมาโดย แฟรงค์ อาร์เนเซน ซึ่งเป็นผู้บริหารทีมมากกว่าการตัดสินใจของเขา แต่หลังจากการไปของ ฌาคส์ ซานตินี่ สเปอร์สก็ได้แต่งตั้งให้ มาร์ติน โยล เข้ามารับช่วงต่อและในไม่ช้า ไมเคิล คาร์ริค ก็ได้ก้าวขึ้นมาติดตัวหลังในแผงกองกลางของทีม โยล ซึ่งในเกมแรกอย่างเป็นทางการของเขาเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน โดยสามารถเอาชนะ เบิร์นลี่ย์ 3-0 ซึ่งในเกมนั้นเขาได้จ่ายให้ ร็อบบี้ คีน ทำประตูอีกด้วย



พนันบอลออนไลน์  



ในวันที่ 18 ธันวาคม เขามีส่วนสำคัญที่ช่วยให้ทีมเอาชนะ เซาแธมป์ตัน 5-1 และเขาสิ้นสุดซีซั่นนี้ด้วยการลงเล่นไปทั้งหมด 29 นัด และเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม ค.ศ. 2005 คาร์ริคสามารถเบิกประตูแรกของเขากับ สเปอร์ส ได้ในเกมที่เอาชนะซันเดอร์แลนด์ 3-2 และประตูที่ 2 ของเขากับสเปอร์สก็เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 เมษายน ค.ศ. 2006 ในเกมนั้นสเปอร์สเอาชนะแมนฯซิตี้ไป 2-1 เมื่อวันที่ 22 เมษายน คาร์ริคได้รับการยกย่องในฟอร์มการเล่นที่โดเด่นของเขาที่สามารถช่วยทีมในเกม ดาร์บี้ แมตช์ ลอนดอนเหนือ และผลจบลงด้วยการเสมอกับอาร์เซน่อลไป 1-1 และในวันที่ 7 พฤษภาคม คาร์ริคได้เป็น 1 ใน 10 คนของทีมสเปอร์สที่ต้องเข้าโรงพยาบาล เนื่องจากว่าอาหารเป็นพิษ ด้วยฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมของเขา คาร์ริค ถูกทีมแมนฯยูไนเต็ดยื่นข้อเสนอไปให้ เพื่อหวังที่จะดึงเขามาเป็นตัวตายตัวแทนของ รอย คีน แต่ มาร์ติน โยล ก็ได้ปฏิเสธข้อเสนอนั้นไปโดยเขาบอกว่าเขาไม่อยากเสียผู้เล่นที่ดีที่สุดในทีมไป แต่แล้วในวันที่ 28 กรกฏาคม สเปอร์สก็ได้ออกมาประกาศว่าสโมสรตกลงขาย ไมเคิล คาร์ริค ให้กับทีมแมนฯยูไนเต็ด ด้วยค่าตัว 14 ล้านปอนด์ และอาจเพิ่มเป็น 18.6 ล้านปอนด์หากว่าเขาทำผลงานได้ดี



ในฤดูกาลที่ 2012-2013 ถือว่าเป็นซีซั่นที่ ไมเคิล คาร์ริค โชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอดกับทางต้นสังกัด จนทำให้ในเดือนเมษายน ค.ศ. 2013 คาร์ริค ได้ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลยอดเยี่ยมแห่งปีแต่สุดท้ายก็ต้องพลาดไปให้กับ แกเร็ธ เบล แต่ถึงอย่างไรคาร์ริคก็ยังมีชื่อติดทีมยอดเยี่ยมของพรีเมียร์ลีก และเขายังได้รับการโหวตจากแฟนบอลของแมนฯยูไนเต็ด ให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมของสโมสรอีกด้วย












พนันบอลออนไลน์   

วันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ประวัติของ ลุค ชอว์

ประวัติของ ลุค ชอว์





พนันบอลออนไลน์ 



ข้อมูลนักเตะ


ชื่อเต็ม ลุค พอล โฮเร่ ชอว์


วันเกิด 12 กรกฏาคม ค.ศ. 1995 (อายุ 18 ปี)


เกิดที่ เมืองคิงส์ตัน อัพพอน แธมส์ ประเทศอังกฤษ


ทีมชาติ อังกฤษ


ส่วนสูง 185 เซนติเมตร


ตำแหน่ง แบ็กซ้าย


สโมสรปัจจุบัน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด



เส้นทางการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ


ลุค พอล โฮเร่ ชอว์ เขาได้เกิดเมื่อวันที่ 12 กรกฏาคม ค.ศ. 1995 และได้เติบโตขึ้นมาในถิ่น คิงส์ตัน อัพพอน แธมส์ ชอว์เป็นคนอังกฤษโดยกำเนิด เขาเริ่มเล่นให้กับทีม เซาท์แธมป์ตัน ในตำแหน่งกองหลัง ซึ่งอยู่ในศึกพรีเมียร์ลีก และเขายังมีดีกรีผู้เล่นทีมชาติอังกฤษชุดต่ำกว่า 21 ปีติดตัวเขาไว้อีกด้วย ชอว์เป็นเด็กปั้นของทีม "นักบุญ" และอยู่ในอคาเดมี่มาตั้งแต่ยังเด็ก และเจ้าหนูอนาคตไกล ได้ลงประเดิมสนามให้กับทีมชุดใหญ่เมื่อเดือน มกราคม ค.ศ. 2012 ชอว์ได้ผ่านการศึกษามาจากโรงเรียน ไรเด้นส์ เอนเตอร์ไพรส์ ซึ่งในตอนที่เขายังเด็กเขาได้ชื่นชอบทีมเชลซีมาก และฝันไว้ว่าอยากจะเล่นให้กับทีม "สิงโตน้ำเงินคราม" ในอนาคต อย่างไรก็ตาม ดาวเตะคนนี้ได้เริ่มการเล่นฟุตบอลออาชีพ ด้วยการชุบตัวกับอคาเดมี่ของทีม เซาท์แธมป์ตัน ตั้งแต่อายุเขาได้ 8 ขวบเท่านั้น และได้ขึ้นไปติดทีม ยู-18 ตั้งแต่อายุเพียง 15 ปี


พนันบอลออนไลน์ 


จากนั้นพัฒนาการของชอว์ ก็ได้พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วมาก พร้อมกับที่เขาได้มีชื่ออยู่บนเก้อี้สำรองของทีมชุดใหญ่ในเกม ลีก คัพ ที่พบกับทีม เปรสตัน เมื่อเดือน กันยายน ค.ศ. 2011 ถึงแม้ในเกมดังกล่าว เขาไม่ได้มีโอกาศลงไปสัมผัสเกมในสนาม และในช่วงเปิดตลาดการซื้อขายเมื่อเดือน มกราคม ค.ศ. 2012 ได้มีข่าวลืออันหนาหูว่าหลายทีมใหญ่ๆอย่าง อาร์เซน่อล เชลซี และ แมนฯ ซิตี้ สนใจจะคว้าตัวเขาไปร่วมทีม พร้อมกับยื่นข้อเสนอเป็นเงินจำนวน 4 ล้านปอนด์ แต่เซาท์แธมป์ตันในยุคภายใต้การคุมทีมของ ไนเจล แอ๊ดกิ้นส์ ก็ได้ปฏิเสธไปโดยทันที เมื่อดาวเตะอนาคตไกลคนนี้อายุได้ 16 ปี เขาก็ได้มีโอกาศแจ้งเกิดกับทีมชุดใหญ่ ในคราวนี้เป็นศึก เอฟเอ คัพ รอบสาม ซึ่งพบกับสโมสร มิลล์วอลล์ ชอว์ ถูกส่งตัวลงมาในฐานะตัวสำรองแทนที่ทางด้าน เจสัน พันเซี่ยน ในนาทีที่ 13 โดยนัดนั้นจบลงด้วยการเจ๊ากันไป 1-1


พนันบอลออนไลน์ 


ในช่วงซัมเมอร์ของปี 2012 ได้มีข่าวลือออกมาอย่างหนาหูอีกครั้ง เกี่ยวกับการย้ายทีมของเขา เมื่อ 2 ทีม ชั้นนำจากลอดอนอย่าง เชลซี และ อาร์เซน่อล ได้กลับมาสนใจแบ็คซ้ายตัวนี้อีกครั้ง แต่ก็เป็นอีกครั้งที่ทีมนักบุญได้เก็บของรักไว้กับทีมต่อไป และในซีซั่นนี้ชอว์ได้มีโอกาศลงสนามอยู่สม่ำเสมอ เริ่มจากการที่ได้เล่นเป็นตัวจริงให้ทีมครบ 90 นาที ในเกมลีกคัพที่เอาชนะ สตีฟเนจ ไปได้ 4-1 จากนั้นเขาก็ได้กลายเป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุดในสโมสร เซาท์แธมป์ตัน ด้วยการลงเล่นในสนามในพรีเมียร์ลีก ที่พบกับทีม สวอนซี ซิตี้ โดยเขวิ่งอยู่ในสนามร่วมๆ 74 นาที และเวลาก็ได้ล่วงเลยมาจนถึงหน้าหนาวในเดือน มกราคม ค.ศ. 2013 และก็ได้มีข่าวว่าเขาจะย้ายทีมมาอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้มีทีม อาร์เซน่อล เป็นตัวเต็งในการที่จะดึงตัวเขาไปร่วมทัพ เนื่องจากทีมปืนใหญ่เป็นขาประจำอยู่แล้วในการซื้อนักเตะดาวรุ่งของทีม เซาท์แธมป์ตัน อย่างที่ผ่านมา อาแซน เวงเกอร์ เคยดึง ธีโอ วัลค็อตต์ และ อเล็กซ์ อ็อกกเล็ด แชมเบอร์เลน ซึ่งเป็นเด็กปั้นของทีม "นักบุญ" มาร่วมทีมได้สำเร็จ แต่ทว่าทีมจากแดนใต้ยังให้คำตอบเหมือนเดิม เขาได้ปฏิเสธข้อเสนอ 10 ล้านปอนด์ จากทัพ "เดอะ กันเนอร์"


พนันบอลออนไลน์ 


"นักบุญ" สามารถเก็บดาวเตะคนนี้ไว้ได้อีกครั้ง หลังจากช่วงซัมเมอร์ในซีซั่น 2013 ที่ผ่านมาเมื่อทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยื่นข้อเสนอให้ 18 ล้านปอนด์ ในการดึงแบ็กซ้ายวัย 18 ปีคนนี้ แต่แล้ว ชอว์ ก็ได้ตัดสินใจต่อสัญญากับทีมต้นสังกัดออกไปอีก 5 ปี และครั้งนี้ ชอว์เขาได้กลายเป็นกำลังหลักของทีม ทั้งที่อายุเขายังไม่ถึง 20 ปีด้วยซ้ำ และเขาหน้าจะก้าวขึ้นไปเป็นเสาหลักของทีมชาติ อังกฤษ ชุดใหญ่ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก และเรื่องสุดเซอร์ไพรส์ก็เกิดขึ้น เมื่อสโมสรยักษ์ใหญ่อย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีความยินดีที่จะนำเสนอว่าทีมได้เซ็นสัญญากับ ลุค ชอว์ แล้วและเขาได้ย้ายมาจากสโมสร เซาท์แธมป์ตัน และจะมาอยู่ในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด เป็นเวลา 4 ปี ชอว์ในวัย 18 ปี ติดทีมชาติอังกฤษมาแล้ว 3 ครั้ง และกลายเป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุดในทีม ที่ได้ลงสนามในศึกฟุตบอลโลก 2014 ดาวเตะรายนี้เคยลงเล่นให้กับ เซาท์แธมป์ตัน ไปแล้ว 67 เกม หลังจากที่เขาลงประเดิมสนามมาเมื่อปี 2012

ลุค ชอว์ ได้กล่าวว่า "ผมรู้สึกตื่นเต้นมากที่จะได้ย้ายมาร่วมกับทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งผมอยู่ที่ เซาท์แธมป์ตัน ตั้งแต่อายุ 8 ขวบ และผมก็ต้องขอบคุณไปถึงพวกเขาและแฟนบอล ในสำหรับทุกๆสิ่งที่พวกเขาทำให้กับผม และตอนนี้ผมต้องเดินหน้าต่อไปในอาชีพการค้าแข้ง และการที่ได้ย้ายมาสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ถือว่าเป็นทีมที่สมบูรณ์แบบสำหรับผม และผมกำลังรอคอยบทบาทต่อไปในชีวิตของผม และก็รอคอยที่จะได้เรียนรู้จากนักเตะระดับโลก รวมไปถึงการจัดการด้านต่างๆ ของสโมสรแห่งนี้"


ไรอัน กิ๊กส์ ผู้ช่วยผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้กล่าวไว้ว่า "ชอว์ เป็นแบ็กซ้ายที่มีพรสวรรค์มากคนหนึ่ง เขาได้พัฒนาฝีเท้าตัวเองมาตลอดตอนที่อยู่กับ เซาท์แธมป์ตัน และยังมีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะกลายเป็นนักเตะระดับท็อปได้ ผมรู้สึกดีใจนะที่เขาได้ย้ายมาอยู่กับทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และผมยังเชื่อว่านี่เป็นสโมสรที่ใช่สำหรับเขา ในการพัฒนาฝีเท้าของนักเตะอายุน้อยคนนี้"


พนันบอลออนไลน์ 


ลุค ชอว์ เขาคือหนึ่งในนักเตะของวงการฟุตบอลอังกฤษ ที่ได้รับการยกย่องว่ามีอนาคตไกล ด้วยวัยเพียง 18 ปี เขาได้ย้ายมาร่วมทัพกับทีม "ปีศาจแดง" และยังมีอีกหลายต่อหลายฤดูกาลที่รอคอยเขาอีกอยู่ข้างหน้า หลังจากที่เขาเดินทางกลับมาจากศึกฟุตบอลโลก 2014 ที่ประเทศบราซิลกับทีมชาติอังกฤษของ รอย ฮ็อดจ์สัน ดาวเตะรายนี้ก็ได้พุ่งตรงมายัง เอออน เทรนนิ่ง คอมเพล็กซ์ เพื่อที่จะปิดดีลการย้ายทีม ซึ่งเกิดขึ้นเพียงวันเดียวหลังจากที่ทีม แมนเชสเตอร์ ยุไนเต็ด ได้คว้าตัว อันเดร์ เอร์เรร่า จากสโมสร แอธฯ บิลเบา มาเสริมทัพในก่อนหน้านนี้ ถึงแม้ว่าอายุเขาจะยังน้อยอยู่ แต่ดาวเตะหน้าใหม่รายนี้ของแมนฯยู ก็มีประสบการณ์เยอะอยู่พอตัว จากการที่เขาเล่นให้กับเซาท์แธมป์ตัน ภายใต้การคุมทีมของอดีตกุนซืออย่าง ไนเจล แอนกินส์ และ เมาริซิโอ โปเค็ตติโน่ เขาได้ลงเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ไปทั้งหมด 67 แมตช์ และก็ช่วยให้ทีม "นักบุญ" ได้อยู่ในศึก พรีเมียร์ลีก มาโดยตลอด อย่างไรก็ตามก่อนที่เขาจะย้ายมาร่วมถิ่น เซนต์ แมรี่ส์ เมื่อปี 2004 เขาเคยถูกสโมสรเชลซี ซึ่งเป็นทีมที่เขาชื่นชอบในวัยเด็ก ปฏิเสธมาแล้วเนื่องจากมองว่าเขาตัวเล็กเกินไป ชอว์ได้บอกว่า "ผมเพิ่งจะเริ่มมาโต และตัวใหญ่ขึ้นเมื่อผมอายุประมาน 14-15 ปี " เขาย้อนความทรงจำถึงสมัยที่เขาไปทดสอบฝีเท้าที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ "ผมจำอะไรไม่ค่อยได้มากนัก แต่ผมจำวันแรกที่มาทดสอบฝีเท้ากับทีมเซาท์แธมป์ตันได้แม่นเลย ผมได้รับโทรศัพท์ซึ่งโทรมาบอกว่าพวกเขาต้องการตัวผม" จากนั้นชอว์ก็ได้พัฒนาฝีเท้าขึ้นเรื่อยๆ จากทีมอคาเดมี่ที่เคยสร้างนักเตะที่โด่งดังในทุกวันนี้กับ เรอัล มาดริด อย่าง แกเร็ธ เบล มาแล้ว รวมไปถึง ธีโอ วัลค็อตต์ และ อดัม ลัลลานา ซึ่งตอนนี้ได้เป็นข่าวว่าเตรียมที่จะย้ายไปเล่นให้กับทีมใหญ่ด้วย


พนันบอลออนไลน์ 


ในเดือน มกราคม ค.ศ. 2012 ชอว์ได้ลงเล่นให้กับทีมชุดใหญ่เป็นครั้งแรกด้วยอายุเพียง 16 ปีเท่านนั้น ซึ่งรวมๆแล้วในฤดูกาลนี้เขาได้ลงเล่นไป 28 เกม ช่วยให้ทีม "นักบุญ" รั้งอันดับ 14 ของตารางไว้และต่อมาในฤดูกาลที่ 2013-2014 ชอว์ได้ลงเล่นไปทั้งหมด 41 เกมรวมทุกรายการ "ลุค ชอว์อาจจะมองว่านี่มันเป็นเรื่องง่ายๆสำหรับทุกคน แต่มันก็แสดงให้เห็นว่าเขาทำได้ดีแค่ไหน และเขาก็สมควรได้ในสิ่งที่เขาได้รับอยู่ในทุกวันนี้แล้ว การทำผลงานได้แบบเขาในช่วงระยะเวลาอันสั้น มันเป็นอะไรที่น่าเหลือเชื่อเขาแทบจะเป็นทุกอย่างของทีม มีนักเตะเพียงไม่ดกี่คนหรอกที่จะสามารถผ่านเขาไปได้ ดาวเตะอายุน้อยที่ทำผลงานได้ขนาดนี้ถือว่ามันน่าทึ่งมาก ผมว่าต้องมอบเครดิตให้กับทีม "นักบุญ" เซาท์แธมป์ตัน ที่ไว้วางใจให้เขาก้าวขึ้นมาติดทีมชุดใหญ่ด้วยระยะเวลาอันรวดเร็ว"













พนันบอลออนไลน์ 

วันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ประวัติของ มาริโอ บาโลเตลลี่

ประวัติของ มาริโอ บาโลเตลลี่





พนันบอลออนไลน์





ข้อมูลนักเตะ

ชื่อเต็ม มาริโอ บาร์วูอา บาโลเตลลี่


เกิดวันที่ 12 สิงหาคม ค.ศ. 1990 (24 ปี)


เกิดที่ เมืองปาร์แลโม่ ประเทสอิตาลี


สัญาชาติ อิตาลี


ส่วนสูง 189 เซนติเมตร


ตำแหน่ง กองหน้า


สโมสรปัจจุบัน ลิเวอร์พูล


หมายเลขเสื้อ 45



มาริโอ บาโลเตลลี่ หรือที่เราเรียกกันว่า เกรียนโอ้ เป็นนักฟุตบอลชาวอิตาลี เขาเล่นในตำแหน่งกองหน้าตัวรุกให้กับทีม ลิเวอร์พูล และทีมชาติอิตาลี และเราก็รู้ๆกันดีว่าเขามีพฤติกรรมส่วนตัวที่แย่กับหลายสโมสร บาโลเตลลี่เป็นชาวอิตาลีเชื้อสายกาน่า ครอบครัวมีฐานะที่ยากจนมากและมีปัญหาสุขภาพตั้งแต่ยังเด็ก จึงทำให้พ่อและแม่ของเขาต้องส่งเขาให้กับคนที่มีฐานะดีกว่าเลี้ยงดูตั้งแต่เขาอายุเพียง 3 ขวบ



เส้นทางการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ

บาโลเตลลี่ เริ่มต้นการเป็นนักฟุตบอลอาชีพกับสโมสร ลูเมซซานเน และเคยลงเล่นกับทีมชุดใหญ่เพียง 2 ครั้ง อีกทั้งเขายังเคยได้ไปทดสอบฝีเท้ากับทีม บาร์เซโลน่า แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ จากนั้นเขาได้เข้ามาร่วมกับทีม อินเตอร์ มิลาน ในปี 2007 โรแบโต มันชินี่ กูนซือของทีมได้นำเขาลงมาเล่นกับทีมชุดใหญ่ แต่เมื่อมันชินี่ออกจากทีมไปวินัยของเขาก็เริ่มแย่ลง บาโลเตลลี่ไม่ลงรอยกับ โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมคนใหม่ และในเดือน มกราคม ค.ศ. 2009 เขาก็ถูกพักออกจากทีมชุดใหญ่เนื่องจากมีปัญหาด้านวินัย ปัญหาก็เริ่มมจากขึ้นในเดือน มีนาค ค.ศ. 2010 หลังจากที่เขาถูกวิจารณ์อย่างหนังจากแฟนบอล อินเตอร์ มิลาน เมื่อบาโลเตลลี่ได้ไปออกรายการโทรทัศน์รายการหนึ่ง โดยเขาสวมเสื้อ เอซี มิลาน ซึ่งเป็นการไม่ให้เกียรติสโมสรที่ตนอยู่ สถานการณ์ในทีมของเขาก็ยังแย่ลงเรื่อยๆ แต่เขาก็ยังได้ลงสนามเป็นบางครั้งบางคราว และสถานการณ์ก็มาเลวร้ายสุดๆ เมื่อเขาได้โยนเสื้อของ อินเตอร์ มิลาน ลงบนพื้น หลังจากที่เขาถูกแฟนบอลโห่ในรายการ ยูฟ่า แชมเปี้ยนลีกส์ ในรอบรองชนะเลิศที่เสมอกับ บาร์เซโลน่า


พนันบอลออนไลน์


เมื่ออนาคตของเขากับ อินเตอร์ มิลาน เริ่มไม่แน่นอน บาโลเตลลี่ก็ได้รับการติดต่อมาจาก มันชินี่ ผู้จัดการทีมคนเก่าของอินเตอร์ ให้เขาย้ายไปร่วมทีม แมนฯซิตี้ ในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ซึ่งที่นั่นบาโลได้ลงเล่นอย่างต่อเนื่อง แต่แล้วในช่วงปลายฤดูกาลมันชินี่ได้ออกมาบอกว่า บาโลเตลลี่ เป็นนักเตะที่ไม่สามารถควบคุมได้ และได้ดรอปให้เขาไม่ได้ลงเล่นในรายการ ยูฟ่า แชมเปี้ยนลีกส์ในนัดที่ต้องพบกับ เรอัล มาดริด ถึงขนาดมีข่าวลืออกมาว่า ทั้งคู่เกือบจะวางมวยกันในสนามฝึกซ้อม แต่มันชินี่ก็ได้ออกมาให้การปฏิเสธ ต่อมาเขาก็ได้ย้ายไปร่วมทัพกับทีม "ปีศาจแดงดำ" เอซี มิลาน ในอิตาลี ถิ่นเก่าบ้านเกิดอีกครั้ง ก่อนที่ต้นฤดูกาล 2014-2015 ลิเวอร์พูล จะมายื่นข้อเสนอขอซื้อตัวเขากลับไปยังพรีเมียร์ลีก ด้วยค่าตัว 16 ล้านปอนด์พร้อมกับสัญญาอีก 3 ปี ทั้งที่สโมสรที่มีข่าวกับเขาอย่างต่อเนื่องคือ อาร์เซนอล


สโมสรอาชีพ

พนันบอลออนไลน์

สโมสรอินเตอร์ มิลาน

บาโลเตลลี่ ได้ย้ายไปร่วมทัพกับ อินเตอร์ มิลาน ในปี 2006 โดยการยืมตัวแบบเป็นเจ้าของร่วมกันในราคาอยู่ที่ 150,00 ยูโร ในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2007 เขาได้เป็นส่วนหนึ่งในเกมที่พบกับ เซฟฟิลด์ ยูไนเต็ด โดยเป็นแมตช์ฉลองครบ 150 เกม ของสโมสรเซฟฟิลด์ฯ โดยนัดนั้นเขาได้กดไป 2 ลูกจากการทีมทีมชนะไป 5-2 บาโลเตลลี่ได้ลงเล่นนัดแรกใน เซเรียอา เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม ค.ศ. 2007 โดยเปลี่ยนลงไปแทน ดาวิด ซัวโซ่ ในเกมที่ชนะ กายารี่ 2-0 ในเดือน พฤษศจิกายน ค.ศ. 2008 บาโลเตลลี่กลายเป็นนักฟุตบอลที่อายุน้อยที่สุดของ อินเตอร์ มิลาน ที่ยิงได้ในรายการ ยูฟ่าแชมเปี้ยนลีกส์ ซึงเขายิงไป 1 ลูก ในนัดที่ทีมเสมอกับ อนอร์โธซิส ฟามากัสตา 3-3



พนันบอลออนไลน์


สโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้

ในวันที่ 12 สิงหาคม ค.ศ. 2010 บาโลเตลลี่ ได้ตัดสินใจย้ายไปร่วมทัพกับทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยค่าตัว 21.8 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นการได้ร่วมงานกันอีกครั้งกับเจ้านายเก่านั่นก็คือ โรแบรโต้ มันชินี่ ซึ่งเขาเลือกใส่เบอร์ 45 ที่ขอมาจาก เกร็ก ดันนิ่งแฮม วันที่ 19 สิงหาคม ค.ศ. 2010 บาโลเตลลี่ ลงประเดิมสนามนัดแรกให้กับทีมในแมตช์ที่ต้องบุกไปเยือน โปเลคติกา ทิมิโซร่า ในนัดนั้นแมนฯซิตี้ชนะไป 1-0 ในรายการ ยูโรป้า ลีก หลังจากนั้นวันที่ 24 ตุลามคม ค.ศ. 2010 เขาก็ได้ลงสนามครั้งแรกในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ทีมพ่ายให้กับ อาร์เซน่อล 3-0 ต่อมาในวันที่ 30 ตุลาคม ค.ศ. 2010 เขาได้ประเดิมประตูแรกของเขาให้กับทีมในนัดที่เฉือนชนะ วูล์ฟแฮมตันไป 2-1 และในวันที่ 21 ธันวาคม ค.ศ. 2010 เขาได้รับรางวัล โกลเด้น บอย ซึ่งได้รับต่อจาก ลิโอเนล เมสซี่ ในปีที่แล้ว และในวันที่ 28 ธันวาคม ค.ศ. 2010 เขาสามารถทำแฮตทิกได้ในนัดที่ถล่ม แอสตัน วิลล่า 4-0 และวันที่ 14 พฤษภาคม ค.ศ. 2010 เขากลายเป็น แมน ออฟ เดอะ แมตช์ ในนัดชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพ ที่ทีมเอาชนะ สโต้ค ซิตี้ 1-0 เป็นโทรฟี่แรกของสโมสรในรอบ 35 ปี


ฤดูกาล 2011-2012

เขาประเดิมประตูแรกของซีซั่นนี้ในนัดที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะ เบอร์มิงแฮม 2-0 และในถ้วยลีกคัพ เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม ค.ศ. 2011 เขากดไป 2 ประตูในเกมที่ชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คาถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด 6-1 จากนั้นเขาได้ประเดิมเกมถ้วยยุโรงนัดแรกกับ บียาร์ริล ซึ่งเขาได้ยิงจุดโทษเข้าไป 1 ลูก


ฤดูกาล 2012-2013


ในเดือน ธันวาคม 2012 เขามีปัญหาอีกครั้งจนถูกปรับเงินค่าแรง 2 สัปดาห์ ในเรื่องความประพฤติจนพลาดการเล่นไปอีก 11 นัด เนื่องจากติดโทษแบน


พนันบอลออนไลน์


สโมสรเอซี มิลาน

ในวันที่ 29 มกราคม ค.ศ. 2013 เอซีมิลานได้คว้าตัว บาโลเตลลี่ มาร่วมทัพด้วยค่าตัว 20 ล้านปอนด์ พร้อมกับเซ็นสัญญา 5 ปีด้วยกัน ซึ่งมันชินี่ออกมาบอกว่ามันเป็นเรื่องที่ดีแล้วที่เขาได้ย้ายออกไป และซักวันเขาจะกลายเป็นนักเตะที่ดีที่สุดในโลก และเขาก็ยังเลือกที่จะใส่เบอร์ 45 ตามเดิม


ฤดูกาลที่ 2012-2013

บาโลเตลลี่ ประเดิมสนามให้กับทีมโดยการเหมาคนเดียว 2 ประตู ให้ทีมชนะ อูดิเนเซ่ 2-1 ต่อมาเขาสามารถยิงได้อีก 2 ลูก ในเกมที่พบกับ ปาร์ม่า ซีซั่นนี้เขาโชว์ฟอร์มได้ดีมากซึ่งจบฤดูกาลไปเขายิงได้ 12 ประตู จากการลงเล่น 13 นัด และยังสามารถพาทีมคว้าโควต้าไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนลีกส์ อีกด้วย


พนันบอลออนไลน์


สโมสรลิเวอร์พูล


บาโลเตลลี่ ได้ย้ายจากสโมสร เอซี มิลาน มาอยู่กับทีม "หงแดงห์" ลิเวอร์พูลด้วยค่าตัว 16 ล้านปอนด์ โดยเขาได้สวมเสื้อหมายเลข 45 ตามเดิม เขาได้ประเดิมสนามให้กับลิเวอร์พูลในนัดแรกเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ค.ศ. 2014 ในเกมที่ทีมเอาชนะ ทอตแน่ม ฮอตสเปอร์ ที่ไวน์ ฮาร์ทเลนไป 3-0 และต่อมาในวันที่ 26 กันยายน ค.ศ. 2014 เขาประเดิมประตูแรกของเขาให้กับลิเวอร์พูลในรายการ ยูฟ่า แชมเปี้ยนลีกส์ โดยนัดนั้นทีมได้เอาชนะ ลูโกโตเล็ต ราซกราด 2-1 ในถิ่นแอนฟลด์









พนันบอลออนไลน์


วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ประวัติของ เอเดน อาซาร์

ประวัติของ เอเดน อาซาร์





พนันบอลออนไลน์ 



ข้อมูลนักเตะ


ชื่อเต็ม เอเดน มิกาเอล อาซาร์


วันเกิด 7 มกราคม ค.ศ. 1991


สถานที่เกิด เมืองลาลูเวียร์ ประเทศเบลเยียม


สัญชาติ เบลเยียม


ส่วนสูง 170 เซนติเมตร


น้ำหนัก 69 กิโลกรัม


ตำแหน่ง ปีกซ้าย ปีกขวา กองกลางตัวรุก


สโมสรปัจจุบัน เชลซี



พนันบอลออนไลน์


สโมสรเยาวชน

1998-2003 รอยัล สเตรท เบรโนอิส
2003-2005 ทูไบซ์
2005-2007 ลีลล์ (ชุดสำรอง)


สโมสรอาชีพ

2007-2012 ลีลล์
2012-ปัจจุบัน เชลซี


ทีมชาติเบลเยียม

2007-2008 เบลเยียมชุด 17 ปี
2008-2009 เบลเยียมชุด 19 ปี
2008-ปัจจุบัน เบลเยียมชุดใหญ่


ประวัติการค้าแข้ง 


เอ เดน มิกาเอล อาซาร์ เขาได้เกิดเมื่อวันที่ 7 มกราคม ค.ศ.1991 ที่เมืองลาลูเวียร์ อยู่ในประเทศเบลเยียม และเขาได้เป็นนักฟุตบอลอาชีพอยู่กับทีมเชลซี ในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ อาซาร์เขามีความโดดเด่นที่การเลี้ยงบอล ความเร็วในการวิ่ง และการครองบอลอันเหนียงแน่น และเขาได้รับการยกย่องว่าเป็นกองกลางตัวรุกที่เปลี่ยนเกมได้ด้วยการเลี้ยงบอล และยังมีคนกล่าวถึงว่าเขาคือฝันร้ายของกองหลัง ซึ่งเขาได้รับการเปรียบเทียบทักษะความสามารถจากสื่อมวลชล และผู้จัดการทีม กับ ลีโอเนล เมสซี่ เจ้าของรางวัลนักฟุตยอดเยี่ยมแห่งปี คริสเตียโน่ โรนัลโด รวไปถึง แกเร็ธ เบล อีกด้วย ซึ่งอาซาร์เคยติดชื่อนักฟุตบอลยอดเยี่ยม 2014-2015


อาซาร์เขาเป็นบุตรชายของอดีตนักเตะทีมชาติเบลเยี่ยม และเริ่มต้นการเล่นฟุตบอลอาชีพที่เบลเยียมกับสโมสรเล็กๆที่มีชื่อว่า รัวยาลสตาด แบรนัว ซึ่งเป็นสโมสรท้องถิ่นในระแวกนั้น และทีมตูว์บีซ หลังจากนั้นต่อมาในปี พ.ศ. 2548 เขาก็ได้ย้ายมาร่วมทัพกับสโมสร ลีลล์ ทีมดังในลีกเอิง ซึ่งอาซาร์ใช้เวลาเพียง 2 ปีกับอคาเดมี่ของสโมสร เมื่อเขาอายุได้ 16 ปี เขาก็ได้ลงเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ ในเดือน พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 และเขาได้กลายเป็นตัวหลักของทีมซึ่งช่วงนั้นอยู่ภายใต้การคุมทีมของ รูดี การ์เซียอา และด้วยการลงเล่นมากกว่า 190 นัด นับตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่เขาได้ลงเล่น และอาซาร์เองยังได้รับรางวัลสหภาพนักฟุตบอลอาชีพนานาชาติ และยังเป็นนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปี และเป็นผู้เล่นคนแรกที่ไม่ใช่นักเตะจากเมืองน้ำหอมที่ได้รับรางวัลนี้ในฤดุกาล 2009-2010 ซึ่งอาซาร์เป็นนักเตะคนแรกที่ได้รับรางวัล 2 ครั้งติดต่อกัน และเขายังได้รับคัดเลือกให้ติดทีมยอดเยี่ยมแห่งปีอีกด้วย

พนันบอลออนไลน์


เมื่อย้ายมาอยู่กับสโมสนร ลีลล์ อาซาร์ก็ได้ติดทีมชุดใหญ่อย่างรวดเร็วในปีนั้น ค.ศ. 2008 ด้วยอายุเพียง 16 ปีเท่านั้น ในฤดูกาล 2007-2008 หรืออีก 2 ปีต่อมา อาซาร์เองได้มีโอกาศลงเล่นมากขึ้นด้วยการลงเป็นตัวสำรอง ก่อนที่จถึงฤดูกาลที่เขาย่างเข้าสู่วัยรุ่น และทำให้เขาเปิดตัวกับทีมได้อย่างเต็มตัวในเวลาต่อมา ด้วยฟอร์มการเล่นที่เหนือชั้นทำให้ อาซาร์ ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงอยู่สม่ำเสมอ และในที่สุดเขาก็ถูกเรียกตัวติดทีมชาติด้วยวัยเพียง 17 ปี และได้รับรางวัลนักเตะเยาวชนยอดเยี่ยมในปีนั้นด้วย


ในฤดูกาลที่ 2009-2010 นักเตะสายเลือดเบลเยียมคนนี้ก็ได้โชว์ศักยภาพออกมาเรื่อยๆ และทำให้ผลงานของเขาเองโดเด่นมากขึ้น ก่อนที่เขาจะเดินขึ้นไปรับรางวัล นักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมอย่างสง่าผ่าเผย 2 ปีติดกัน และยังถูกโหวตให้ติดทีมยอดเยี่ยมของลีกเอิงอีกด้วย และในฤดูกาลต่อมา ว่ากันว่าเป็นปีที่ดีที่สุดของเขาในการเล่นให้กับ ลีลล์ เลยก็ว่าได้ถึงแม้จะเริ่มต้นได้ไม่ค่อยดี แต่โค้ชทีมชาติเบลเยียมอย่าง จอร์จส์ ลีเคนส์ ออกมาวิจารณ์เขาซึ่งในช่วงนั้นเขาโดนดร็อปให้นั่งเป็นตัวสำรองเป็นระยะเวลาเกือบ 2 เดือน อาซาร์ได้กลับมาลงสนามอีกครั้ง และได้มีบทบาทสำคัญซึ่งได้พาทีมคว้าแชมป์บอลลีก และบอลถ้วยมาครองได้สำเร็จ และได้รับรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีในฤดูกาลนั้นด้วย จากการที่เขา มี ซีเนอดีน ซีดาน เป็น ไอดอลทำให้เขามีชื่อเสียงเรียงนามเพิ่มมากขึ้น และมีคนพูดกันอย่างหนาหูว่าซักวันจะมีสโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรปซักทีมมาคว้าตัวเขาไปอย่างแน่นอน

ดาวเตะร่างเล็ก ได้ร่วมเล่นกับ โจ โคล ในฤดูกาลสุดท้ายกับสโมสร ลีลล์ และเขาได้โชว์ฟอร์มได้ดีด้วยการส่งบอลเข้าไปสู่ก้นตาข่ายได้ถึง 21 ประตู จากการลงเล่น 48 นัด และแอสซิสให้เพื่อนไปอีก 18 ครั้ง โดยจบฤดูกาลนั้น ลีลล์ ได้รั้งอันดับที่ 3 เอาไว้ เป็นรองจาก มงต์เปลิเย์ และ ปารีส แซงต์ แชร์แมง และทำให้ทีมได้ผ่านเข้าไปเล่นในรายการใหญ่ของยุโรปนั่นก็คือ ยูฟ่า แชมเปี้ยนลีกส์ และเขาก็ปิดฉากซีซั่นนั้นได้อย่างน่าประทับใจด้วยการใส่ปลอกแขนลงเล่นให้กับ ลีลล์ ในนัดสุดท้าย และสามารถซัดแฮตทริกได้ในนัดนั้นซึ่งพบกับทีม น็องซี่

พนันบอลออนไลน์

ในปีฤดูกาลที่ 2010-2011 เอเดน อาซาร์ เขาก็ได้กลายเป็นกำลังหลักของทีม และในปีนั้นเองเขาก็สามารถช่วยให้ ลีลล์ คว้าดับเบิ้ลแชมป์มาครองนั่นคือ ฟุตบอลลีกและฟุตบอลถ้วย และนั่นทำให้เขาได้รับรางวัล ผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งลีกเอิง และรางวัลนักเตะเยาวชนยอดเยี่ยม และยังรวมไปถึงรางวัล บราโว อวอร์ด จากหนังสือพิมพ์ในอิตาลีนั่นก็คือ กูเอรินสปอรืตดิโว และนั่นก็คือรางวัลที่เขาได้รับในปี 2010-2011 ภายหลังต่อมาในเดือน มิถุนายน พ.ศ. 2555 เขาได้อำลาทีม ลีลล์ ซึ่งเป็นทีมที่เขารักและผูกพันธ์มามากกว่า 8 ปีด้วยกัน โดยการย้ายไปร่วมทัพกับทีม "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซียังถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ณ ประเทศอังกฤษ ด้วยค่าตัวราวๆ 32 ล้านปอนด์


ในฤดูกาลที่ 2012-2013 อาซาร์ เขาได้ตัดสินใจย้ายมาหาความท้าทายใหม่ๆในศึกการแข่งขันฟุตบออังกฤษหรือ พรีเมียร์ลีกนั่นเอง ด้วยการจรดปลายปากกากับแชมป์ยุโรป เชลซี และด้วยค่าตัวที่ไม่เบาเลยทีเดียว 32 ล้านปอนด์ (1,600 ล้านบาท) บวกกับค่าเหนื่อยสัปดาห์ละ 1,700,000 ปอนด์ (8.5 ล้านบาทต่อสัปดาห์) โดยเขาเลือกสวมเสื้อหมายเลข 17 และได้ลงประเดิมสนามนัดแรกในศึก คอมมูนิตี้ ชิลด์ ซึ่งในนัดนั้นได้พบกับทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์จากพรีเมียร์ลีก และผลคือ เชลซีพ่ายไปในเกมนั้น 2-3


กว่าอาซาร์เขาจะปลดล็อคให้กับตัวเองได้นั้นก็เล่นเอาเหนื่อยเลยทีเดียว ซึ่งเขามายิงด้นัดที่ 3 โดยนัดนั้นเชลซีเปิดบ้านรับการมาเยือนของ นิวคาสเซิล โดยเกมนั้นเขาได้เป็นคนยิงจุดโทษเข้าไป แต่อย่างไรก็ตาม อาซาร์ได้ทำเรื่องที่ฉาวโฉ่ขึ้น เมื่อเขาได้ไปเตะเด็กเก็บบอลอยู่หลังประตุ จยเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างฮือฮาในช่วงนั้น ในตอนนั้นอาซาร์โดนแบนไป 3 นัดและมีรายงานว่าอาจจะโดนแบนออกไปอีก 3 นัดอีกด้วย


พนันบอลออนไลน์


ในด้านทีมชาติ

เอเดน อาซาร์ ได้ทำสถิติด้วยการเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุด เขาติดทีมชาติมาทุกระดีับและได้ก้าวไปติดทีมชาติชุดใหญ่ในปี ค.ศ. 2008  เขาได้ลงเล่นให้กับทีมชาติเบลเยียมตั้งแต่อายุ 17 ปี กับอีก 316 วัน ในเกมนั้นได้พบกับทีมชาติ ลัคแซมเบิร์ก ในเดือน พฤศจิกายน ค.ศ. 2008 ซึ่งเขาถูกเปลี่ยนลงมาเป็นตัวสำรองในเกมนั้น และหลังจากนั้นเขาก็ติดทีมชาติอีก 28 นัด


จอมทัพร่างเล็ก เอเดน อาซาร์ ออกมายอมรับว่าคงยากที่เขาเองจะได้เป็นเจ้าของรางวัล บัลลังดอร์ ตราบใดที่ยังมี คริสเตียโน โรนัลโด และ มนุษย์ต่างดาวอย่าง ลิโอเนล เมสซี่อยู่ โดย เอเดน อาซาร์ มิดฟิลด์ทีมชาติเบลเยียมของทัพสิงโตน้ำเงินคราม เผยว่า เขาได้ตั้งเป้าไว้คืออยากคว้ารางวัล บัลลังดอร์ซักครั้งในชีวิตของเขา และยอมรับว่ามันเป็นเรื่องที่ยากมากเพราะมีสตาร์ดังอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด กับ ลิโเนล เมสซี่ ขวางทางอยู่ โดยตัวเขาเองทำผลงานได้อย่างโดดเด่นกับสโมสร เชลซีในฤดูการนนี้ ซึ่ง อาซาร์ได้เผยความฝันอันยิ่งใหญ่ของเขาว่าอยากจะมีโอกาศซักครั้งที่จะได้เป็นเจ้าของรางวัลนี้ แต่มันก็เป็นไปได้ยากเพราะ โรนัลโด กับ เมสซี่ ก็ทำผลงานได้ดีให้กับสโมสรของพวกเขา


พนันบอลออนไลน์


ชึวิตส่วนตัวของ เอเดน อาซาร์ 

อาซาร์และพี่น้องอีก 3 คนใช้ชีวิตมาอย่างสะดวกสบาย และได้รับการเลี้ยงดูปูเสื่ออย่างดีจากพ่อและแม่ของเขา โดยหวังว่าซักวันพวกเขาจะเป็นนักฟุตบอลที่เก่งมากๆ โดยครอบครัวเขาอาศัพอยู่ห่างจากสนามซ้อมฟุตบอลไม่ถึง 3 เมตร และพี่น้องเขาก็ใช้สนามฝึกซ้อมนี้ในการซ้อมบอลใยพื้นที่เหล่านี้ และยังรวมไปถึงการฝึกทักษะต่างๆ ซึ่งปัจจุบันอาซาร์ได้คบกับ นาตาชา แฟนสาวของเขา และในวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2553 สื่อมวลชลจากเบลเยียมได้รายงานว่าเธอได้คลอดลูกชายออกมา โดยมีชื่อว่า "ยานิส" และลูกชายคนที่ 2 ชื่อว่า "เลโอ" ในเดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 เขาได้ออกตัวมาแล้วว่าเขาไม่ค่อยชอบพูดภาษาอังกฤษ เพราะว่าภาษาอังกฤษของเขาห่วยมาก และเขินมากที่จะพูด เวลาสื่อสารกับเพื่อนร่วมทีมก็ได้แต่ ถูๆไถๆ ไปเรื่อย ถึงแม้จะมีหลายคนชมว่าภาษาอังกฤษเขาดีขึ้นมากแล้ว แต่อาซาร์ก็ยังไม่มั่นใจในตัวเอง และเขาก็ยังบอกว่าเขาจะพยายามเรียนรู้และจะพูดอังกฤษให้คล่องกว่านี้









พนันบอลออนไลน์

วันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ประวัติของ อันเดรีย ปิร์โล

ประวัติของ อันเดรีย ปิร์โล





พนันบอลออนไลน์


ข้อมูลนักเตะ


ชื่อจริง อันเดรีย ปีร์โล


เกิดวันที่ 19 พฤษภาคม ค.ศ. 1979


สถานที่เกิด เมืองเฟลโร ประเทศอิตาลี


เชื้อชาติ อิตาลี


ส่วนสูง 177 เซนติเมตร


เท้าที่ถนัด เท้าขวา


ตำแหน่ง กองกลาง


สโมสรปัจจุบัน ยูเวนตุส




ประวัติการค้าแข้ง


อันเดรียปีร์โลเล่นให้กับยูเวนตุสในเซเรียอามาเป็นระยะเวลายาวนานและรวมถึงฟุตบอลทีมชาติอิตาลีเขามักเล่นตำแหน่งเพลย์เมกเกอร์ใหักับทั้งยูเวนตุสและทีมชาติอิตาลีโดยมักเป็นผู้เล่นสำคัญในตำแหน่งนี้เขายังได้รับคำชมว่าเป็นผู้เล่นสร้างสรรค์เกมและความสามารถในการส่งผ่านระยะยาวที่เขามีและยังเขามักได้เตะเซตพีชและลูกฟรีคิกที่แม่นยำอีกด้วยและก่อนที่ในกลางปีค.ศ.2015และด้วยอายุที่มากขึ้นดาวเตะวัยเก๋าปีร์โลจึงได้ย้ายไปเล่นให้กับนิวยอร์กซิตีอยู่ในสหรัฐอเมริกาซึ่งนั่นเป็นสโมสรที่มีนักฟุตบอลที่มีชื่อเสียงในลีกยุโรปหลายคนเข้าร่วมอาทิเช่นแฟรงก์-แลมพาร์ด,ดาบิด-บียาด้วยสัญญา18เดือน

นักเตะมากประสบการณ์อันเดรีย ปีร์โล่ เกิดวันที่ 19 พฤษภาคม1979และเขาได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในมิดฟิลด์ที่มีพรสวรรค์สูงเป็นลำดับต้นๆ ของวงการลูกหนัง ในหลายครั้งที่ทักษะอันยอดเยี่ยมของเขาสามารถช่วยให้สร้างความแตกต่างในเกมให้เกิดขึ้นได้ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นการจ่ายบอลใส่พานให้เพื่อนทำประตูและยังมีการปั่นฟรีคิกสวยๆให้ทีม
พนันบอลออนไลน์
ด้วยความที่เกิดและเติบโตขึ้นที่เมืองเบรชชานั่นทำให้ ปิร์โล่ เริ่มต้นการค้าแข้งกับสโมสรเบรชชา ตั้งแต่สมัยเป็นนักเตะเยาวชนและก่อนจะได้เลื่อนชั้นขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ระหว่างปี 1994-98และก่อนที่ฟอร์มการเล่นของเขาจะไปเตะตาแมวมองของ อินเตอร์ มิลานสโมสรยักษ์ใหญ่ของกัลโช่ เซเรีย อา จนได้เซ็นสัญญากับทีม "งูใหญ่"และในปี 1998อย่างไรก็ตาม ปิร์โล่ ไม่สามารถแจ้งเกิดกับอินเตอร์หลังจากนั้นเขาได้จึงทำให้เขาต้องถูกปล่อยตัวไปให้ เรจจิน่า และ เบรชชาซึ่งเป็นอดีตต้นสังกัดเก่า ยืมตัวหลังจากนั้นปิร์โล่เขาก็ย้ายไปร่วมทีมเอซีมิลาน คู่ปรับของทีม "งูใหญ่"ในปี 2001โดยซึ่งใช้เวลาในการปรับตัวร่วมกับทีมใหม่ได้เพียงไม่นานเขาก็ก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักได้อย่างรวดเร็วตลอดระยะเวลาที่อยู่กับ"รอสโซเนรี่"และปิร์โล่เขาได้ประสบความสำเร็จมากมาย ไม่ว่าจะเป็นแชมป์กัลโช่เซเรียอา,และแชมป์ยูฟ่า,แชมเปี้ยนส์ลีกอีก2สองสมัยนอกจากนั้นยังได้แชมป์โคปปาอิตาเลียและแชมป์ยูฟ่าซูเปอร์คัพอีก2สมัยในปีค.ศ.2003 และปีค.ศ.2007 ด้วย

แรกเริ่มเดิมที ปิร์โล่ เริ่มต้นด้วยการเป็นมิดฟิลด์ตัวรับภายใต้การคุมทีมของโค้ชคาร์โลอันเชล็อตติ ก่อนที่จะพัฒนาตัวเองขึ้นมาเป็นเพลย์เมกเกอร์ของทีม"ปีศาจแดง-ดำ" ร่วมกับ กาก้า ในที่สุด โดย ในฤดูกาล 2006-07และเขาเป็นผู้เล่นที่ลงสนามให้กับ มิลาน มากที่สุด 2,782 นาทีต่อมาในเดือนตุลาคม 2007 ก็ได้รับการเสนอชื่อให้ลุ้นเป็นนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของฟีฟ่าด้วย

และนอกเหนือจากผลงานอันยอดเยี่ยมในระดับสโมสรแล้ว ฟอร์มการเล่นกับทีมชาติอิตาลีของอันเดรียปิร์โล่ ก็ถือว่าน่าประทับใจไม่แพ้กันมิดฟิลด์ตัวเก่งลงเล่นให้ทีมอัซซูรี่ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกอยู่ที่นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อปี 2000 และก่อนจะคว้าเหรียญทองแดงมาครองได้ในอีกและ4ปีต่อมาที่ "เอเธนส์ เกมส์ 2004" ในประเทศกรีซ นอกจากนั้นอันเดรียปิร์โล่เขายังเป็นกัปตันทีมชาติอิตาลี ที่คว้าแชมป์ยุโรป ในชุดยู-21 ปี เมื่อปี 2000 ด้วย
พนันบอลออนไลน์
ปิร์โล่ เป็นหนึ่งในสมาชิกชุดแชมป์โลก เมื่อปี2006 ของทีมชาติอิตาลีและโดยในแมตช์แรกของทัวร์นาเมนต์โดยเขาเป็นคนพังประตูแรกให้ทีมตามด้วยการเป็นคนผ่านบอลให้วินเชนโซ่-มอนเตลล่า ทำประตูที่ช่วยให้ทีมอัซซูรี่คว้าชัย2-0และคว้าตำแหน่ง แมน ออฟ เดอะ แมตช์ไปครอง
จากนั้นเพลย์เมกเกอร์จากเอซีมิลาน ก็ยังทำผลงานได้เยี่ยม โดยเฉพาะในรอบรองชนะเลิศที่พบกับเจ้าภาพอย่าง เยอรมัน โดยเขาเป็นคนพาบอลเข้าไปบริเวณหน้ากรอบเขตโทษของเยอรมันและได้เปิดบอลให้ ฟาบิโอ กรอสโซ่ ทำประตูชัยในนาทีที่ 119 และอีกไม่กี่อึดใจต่อมาดาวเตะรุ่นเดียวกันอเลนสซานโดร เดล ปิเอโร่ ก็มาทำประตูย้ำชัยชนะให้ อิตาลี ชนะไปได้2-0 โดยที่ ปิร์โล่ ได้รับตำแหน่งแมน ออฟ เดอะ แมตช์ อีกครั้ง

และในรอบชิงชนะเลิศกับทีมชาติฝรั่งเศสเขาเป็นคนเปิดลูกเตะมุมให้ มาร์โก้-มาเตราซซี่ โหม่งตีเสมอให้ทีมอัซซูรี่ หลังจากที่ทีมตราไก่ได้ทำประตูนำไปก่อนได้เพียง 6 นาที และเมื่อเกมต้องไปตัดสินกันด้วยการดวลจุดโทษและปิร์โล่ก็ซัดไม่พลาดซึ่งจากผลงานดังกล่าว ก็ทำให้เขาได้รับตำแหน่ง แมน ออฟ เดอะ แมตช์เป็นครั้งที่ 3 มากกว่าผู้เล่นทุกคนในทัวร์นาเมนต์นั้นและเขาได้รับการโหวตให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมอันดับที่3ประจำศึกฟุตบอลโลก 2006 ต่อจาก ซีเนอดีน ซีดาน และ ฟาบิโอ คันนาวาโร่

ในศึกบอลคอนเฟดเดเรชั่นในปี2009 ที่ผ่านมา ปีย์โล่ ซึ่งติดทีมชาติมาด้วย ได้ลงเล่นเป้นตัวจริงทั้งสามนัดแต่เขาก็ไม่ได้มีส่วนช่วยทีมเท่าไหร่เลย เป็นอีกหนึ่งผู้เล่นที่โชว์ฟอร์มได้น่าผิดหวัง พาทีมตกรอบแรกไปอย่างเหลือ

14 พฤษภาคม 2011 ปีย์โล่ ลงเล่นให้กับมิลานเป็นนัดสุดท้ายซึ่งโดยเขาถูกเปลี่ยนตัวลงมาแทน มัสซิโม อัมโบรซินี ในครึ่งเวลาหลังอยู่ในเกมที่ มิลาน เอาชนะทีมกายารี่ด้วยสกอร์ 4-1 หลังจากนั้น 4 วันต่อมา เขาก็ออกมาเขากำลังจะออกจากมิลานหลังจบฤดูกาล 2010/11 ซึ่งเขาจะหมดสัญญากับทีมพอดีปี 2011 ปีร์โล่ ตกลงเซ็นสัญญากับยูเวนตุสได้ไปจนถึงปี 2014และเขาลงเล่นในกับยูเวนตุสนัดแรกในเกมที่พบกับทีมปาร์ม่า และเขาก็สามารถส่งบอลให้เพื่อนร่วมทีมทำประตูได้ถึง 2 ลูก ทำให้ทีมชนะไป 4-1
พนันบอลออนไลน์
ประตูแรกของเขากับทีมยูเวนตุส เกิดขึ้นในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2012 โดยเกมนั้นเขาทำประตูได้จากลูกฟรีคิกจึงทำให้ยูเว่เอาชนะทีมคาตาเนียไป 3-1 จนทำให้ม้าลายแซง เอซี มิลาน กลับขึ้นไปนำจ่าฝูงได้สำเร็จ

ในที่สุดเขาก็สามารถพายูเวนตุสได้คว้าแชมป์ลีกในฤดูกาล 2011/12 ได้สำเร็จ โดย ปีร์โล่ สามารถส่งบอลให้เพื่อนร่วมทีมทำประตูได้ถึง13ประตูซึ่งถือว่ามากที่สุดในลีก อีกทั้งเขายังช่วยทีมทำประตูไป 3 ประตู ด้วยกัน

หลังจากนั้นเขาและ อาร์ตูโร วิดัล กองกลางเพื่อนร่วมทีมก็มีชื่อติดทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของลีกกัลโช่เซเรียอา และรวมไปถึงได้เสนอชื่อเข้าชิงผู้เล่นที่ดีที่สุดของยูฟ่าปี 2012 อีกด้วย

ฤดูกาล 2012/13  ปีร์โล่ ซัดฟรีคิกในเกมแรกของฤดูกาลที่ยูเวนตุสได้ชนะ ปาร์ม่า 2-0 และในตอนสิ้นปีเขาก็ได้รับเสนอชื่อเข้าชิงฟีฟ่าบัลลงดอร์ในปี2012ซึ่งการเข้าชิงรางวัลนี้เป็นเครื่องการันตีความสามารถในตัวของเขาตลอดปีที่ผ่านมาได้เป็นอย่างดี

และพอสิ้นสุดฤดูกาล ปีร์โล่ ยังได้รับรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของกัลโช่เซเรียอานอกจากนั้นและรางวัลกองกลางยอดเยี่ยมของลีกอิตาลี และเขายังมีชื่อติดทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของกัลโซ่ รวมไปถึงรางวัล นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของทีมชาติอิตาลี

ตอนนี้ไม่มีใครไม่รู้จักกองกลางที่ชื่อว่าอันเดรียปีร์โล่ด้วยเพราะเขาสามารถคุมเกมทั้งหมดได้เพียงแค่ใช้2 เท้าของเขา โดยจากความสำเร็จที่เขาได้มาทั้งหมดเป็นเครื่องการันตีความสามารถของเขาได้เป็นอย่างดีและต่อไปจากนี้ถึงแม้เวลาในการค้าแข้งของเขาจะเหลือไม่มาก แต่เชื่อว่าทุกๆคนคงจะยอมรับในฝีเท้าและความสามารถของเขาแน่นอนถึงแม้จะไม่โด่งดังเท่ากับ กาก้า แต่แฟนบอลคงจะทราบดีว่า อันเดรียปิร์โล่เขาคือหนึ่งในนักเตะคนสำคัญที่พาเอซีมิลานร่วมด้วยและทีมชาติอิตาลีประสบความสำเร็จตลอดช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา

พนันบอลออนไลน์
ปิร์โล่ ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในมิดฟิลด์ที่มีพรสวรรค์สูงเป็นลำดับต้นๆของวงการลูกหนัง หลายครั้งที่ทักษะอันยอดเยี่ยมของเขาสามารถช่วยให้สร้างความแตกต่างในเกมให้เกิดขึ้นได้ซึ่งไม่ว่าจะเป็นการจ่ายบอลใส่พานให้เพื่อนทำประตู ไม่ก็เป็นการปั่นฟรีคิกสวยๆให้ทีม

ด้วยความที่เกิดและเติบโตขึ้นที่เมืองเบรชชาเลยทำให้ปิร์โล่เริ่มต้นการค้าแข้งกับสโมสรเบรชชา ตั้งแต่สมัยเป็นนักเตะเยาวชนจนก่อนจะได้เลื่อนชั้นขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ระหว่างปี 1994-98และก่อนที่ฟอร์มการเล่นของเขาจะไปเตะตาแมวมองของ อินเตอร์ มิลานสโมสรยักษ์ใหญ่ของกัลโช่ เซเรีย อา จนได้เซ็นสัญญากับทีม "งูใหญ่"อยู่ในปี 1998

อย่างไรก็ตาม ปิร์โล่ ไม่สามารถแจ้งเกิดกับอินเตอร์ได้จึงทำให้เขาต้องถูกปล่อยตัวไปให้ เรจจิน่า และ เบรชชาซึ่งเป็นอดีตต้นสังกัดเก่า ยืมตัว

หลังจากนั้นอันเดรียปิร์โล่ และเขาก็ย้ายไปร่วมทีมเอซีมิลาน คู่ปรับของทีม "งูใหญ่" ในปี 2001 ซึ่งใช้เวลาในการปรับตัวร่วมกับทีมใหม่ได้เพียงไม่นานแล้วเขาก็ก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักได้อย่างรวดเร็วและตลอดระยะเวลาที่อยู่กับ"รอสโซเนรี่" ปิร์โล่ ประสบความสำเร็จมากมายโดยไม่ว่าจะเป็นแชมป์กัลโช่เซเรียอา และแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกอีก 2 สมัย นอกจากนั้นยังได้แชมป์โคปปาอิตาเลีย และ แชมป์ยูฟ่าซูเปอร์ คัพอีก2 สมัย ในปี 2003 และ 2007 ด้วย

แรกเริ่มเดิมที่อันเดรียปิร์โล่ เริ่มต้นด้วยการเป็นมิดฟิลด์ตัวรับภายใต้การคุมทีมของโค้ชคาร์โลอันเชล็อตติและก่อนที่จะพัฒนาตัวเองขึ้นมาเป็นเพลย์เมกเกอร์ของ"ปีศาจแดง-ดำ" โดยร่วมกับ กาก้า ในที่สุด โดย ในฤดูกาล 2006-07และเขาเป็นผู้เล่นที่ลงสนามให้กับ ทีมมิลาน มากที่สุด 2,782 นาทีและในเดือนตุลาคม 2007 ก็ได้รับการเสนอชื่อให้ลุ้นเป็นนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของฟีฟ่าด้วยซึ่งนอกเหนือจากผลงานอันยอดเยี่ยมในระดับสโมสรแล้วด้วยฟอร์มการเล่นกับทีมชาติอิตาลีของ และปิร์โล่ ก็ถือว่าน่าประทับใจไม่แพ้กัน
พนันบอลออนไลน์
มิดฟิลด์ตัวเก่งลงเล่นให้ทีมอัซซูรี่ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกซึ่งจัดที่นครซิดนีย์ ที่ประเทศออสเตรเลีย เมื่อปี 2000 และก่อนจะคว้าเหรียญทองแดงมาครองได้ในอีก4ปีต่อมาที่ "เอเธนส์ เกมส์ 2004" ในประเทศกรีซ นอกจากนั้นอันเดรียปิร์โล่และยังเป็นกัปตันทีมชาติอิตาลี และได้คว้าแชมป์ยุโรป ในชุดยู-21 ปี เมื่อปีค.ศ.2000 ด้วย

ปิร์โล่ เขาเป็นหนึ่งในสมาชิกชุดแชมป์โลกในปี2006 ของทีมชาติอิตาลี โดยในแมตช์แรกของทัวร์นาเมนต์ ปิร์โลเขาเป็นคนพังประตูแรกให้ทีมและตามด้วยการเป็นคนผ่านบอลให้กับ วินเชนโซ่ มอนเตลล่า ทำประตูที่ช่วยให้ทีมอัซซูรี่และได้คว้าชัยไปด้วยสกอร์ 2-0 และคว้าตำแหน่งแมน ออฟ เดอะ แมตช์ ไปครอง

จากนั้นปิร์โลเพลย์เมกเกอร์จากเอซีมิลาน และเขาก็ยังทำผลงานได้เยี่ยม โดยเฉพาะในรอบรองชนะเลิศในนัดที่พบกับเจ้าภาพอย่างทีมชาติเยอรมัน ซึ่งเขาเป็นคนพาบอลเข้าไปบริเวณหน้ากรอบเขตโทษของเยอรมันและเปิดบอลให้ ฟาบิโอ กรอสโซ่ ทำประตูชัยในนาทีที่ 119 และอีกไม่กี่อึดใจต่อมากองหน้าอย่างอเลนสซานโดร เดล ปิเอโร่ ก็มาทำประตูย้ำชัยชนะให้ อิตาลีเข้าวินชนะไป 2-0 ทำให้ ปิร์โล่ ได้รับตำแหน่งแมน ออฟ เดอะ แมตช์ อีกครั้ง

ซึ่งในรอบชิงชนะเลิศกับ ฝรั่งเศส เขาเป็นคนเปิดลูกเตะมุมให้ มาร์โก้มาเตราซซี่ โหม่งตีเสมอให้ทีมอัซซูรี่ หลังจากที่ทีมตราไก่ได้ทำประตูนำไปก่อนได้เพียง 6 นาที และเมื่อเกมต้องไปตัดสินกันด้วยการดวลจุดโทษ อันเดรียปิร์โล่ ซึ่งเขาก็ซัดไม่พลาด ซึ่งจากผลงานดังกล่าว ก็ทำให้เขาได้รับตำแหน่งแมนออฟเดอะแมตช์ เป็นครั้งที่ 3 มากกว่าผู้เล่นทุกคนในทัวร์นาเมนต์ นั่นและเขาได้รับการโหวตให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมอันดับ 3 ประจำศึกฟุตบอลโลก 2006 ต่อจาก ซีเนอดีน ซีดาน และ ฟาบิโอ คันนาวาโร่

ในศึกบอลคอนเฟดเดเรชั่นในปี2009 ที่ผ่านมา ปีย์โล่ ซึ่งติดทีมชาติมาด้วย ได้ลงเล่นเป้นตัวจริงทั้งสามนัดเขาแต่ไม่ได้มีส่วนช่วยทีมเท่าไหร่ และเขาเป็นอีกหนึ่งผู้เล่นที่โชว์ฟอร์มได้น่าผิดหวัง พาทีมตกรอบแรกไปอย่างเหลือเชื่อ






พนันบอลออนไลน์

วันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ประวัติของ มานูเอล นอยเออร์

ประวัติของ มานูเอล นอยเออร์




พนันบอลออนไลน์


ข้อมูลส่วนตัว


ชื่อจริงเขา มานูเอล นอยเออร์


เขาวันเกิด 27 มีนาคม ค.ศ. 1986 (อายุ29ปี)


เกิดที่ เมืองเกลเซนเคียร์เชิน ประเทศเยอรมนี


ส่วนสูง 193 เซนติเมตร


เท้าที่ถนัด เท้าขวา


ตำแหน่ง ผู้รักษาประตู


สโมสรปัจจุบัน บาเยิร์นมิวนิก




ประวัติกาค้าแข้ง


มือโกลสุดหนึบมานูเอล เดปีเตอร์ นอยเออร์(เยอรมนี : Manuel Neuer)เขาได้เกิดเมื่อวันที่ ยี่สิบเจ็ด27 มีนาคม คริสศักราช 1986 ในเมืองที่ชื่อว่า เกลเซนเคียร์เชิน ซึงอยู่ในของประเทศเยอรมนี เขาเป็นนักฟุตบอลชาวเยอรมันเล่นในตำแหน่งผู้รักษาประตูให้กับสโมสรบาเยิร์นมิวนิกและประเทศเยอรมนี และนอยเออร์คว้าชัยชนะร่วมกับทีมชาติเยอรมนีในศึกการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์โลก ปี2014 รวมไปถึงรางวัลถุงมือทองคำจากการที่เขาเป็นผูรักษาประตูที่ดีที่สุดในทัวร์นาเมนต์ จนเมื่อได้รับขนานนามว่าเป็นผู้รักษาประตูที่ดีที่สุดในโลกด้วย


สโมสร

ชาลเก้ 04

นอยเออร์ได้เซ็นสัญญาเป็นผู้เล่นตัวจริงในปีค.ศ.2005และหลังจากผ่านการอบรมในทุกช่วงอายุของสโมสรบ้านเกิด เขาเดบิวต์ในบุนเดสลีกาเมื่อเขาลงแข่งแทนนายทวาอย่างแฟรงก์ เกรรอสท์ ในฤดูกาลปี2006-2007ในวัยเพียงแค่20 ปี และเขาก็สามารถดำรงตำแหน่งนี้แทนรอสท์ที่ฟอร์มตกลงจากแมทช์ที่พบกับบาเยิร์นมิวนิกด้วยวัยเพียงเท่านี้ และเขาได้รับการคาดหวังว่าจะเป็นผู้มารับตำแหน่งต่อจากเยนส์ เลห์มันน์ ให้กับทีมชาติเยอรมนี

พนันบอลออนไลน์

ในวันที่5มีนาคม ค.ศ.​ 2008 ในรอบแรกของการแข่งขันฟุตบอลยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกซึ่งพบกับสโมสรฟุตบอลโปร์ตู อย่างนอยเออร์ได้ช่วยประคองทีมด้วยการเซฟ และทำให้เกมดำเนินไปจนถึงการยิงลูกโทษ และอีกทั้งเขายังสามารถเซฟลูกโทษของ''บรูโน่ อัลเวส''และ''ลิซานโดร ลิซานโลเปซ''ทำให้ชาลเกสามารถผ่านเข้าไปยังรอบก่อนชิงชนะเลิศ(ควอร์เตอร์ไฟนอล)ได้ด้วยเหตุนี้เขาจึงได้เป็นหนึ่งในตัวเต็งที่จะได้รับรางวัลผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมแห่งปีจากยูฟ่า โดยซึ่งเขาเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดและเป็นผู้เล่นคนเดียวจากบุนเดสลีกาที่มีชื่อติดอยู่ในลิสต์แล้วเขายังเป็นผู้เล่นเพียง1ใน3ที่ลงเล่นทุกนาทีในทุกแมทช์บุนเดสลีกา ใน


ฤดูกาลที่2007-2008

และในช่วงฤดูกาล 2008-2009 ชาลเกรั้งอันดับแปดในลีกและพลาดตำแหน่งในยูโรปาลีก แต่ถึงอย่างไรก็ดีเขาได้โชว์ความสามารถในยูโรเปียน แชมเปียนส์ชิพ อยู่ในรุ่นอายุไม่เกิน21ปี(2009 U-21 European Championships)ทำให้เขาได้รับความสนใจจาก ทีมบาเยิร์น มิวนิก คาร์ล ไฮนซ์ รุมเมนิเก้ประธานสโมสรได้ให้สัมภาษณ์ว่าเขาสนใจที่จะดึงนอยเออร์มาร่วมทีมด้วย ถึงจะแต่อย่างไรก็ตาม เฟลิกซ์ มากัท ผู้จัดการทีมคนใหม่ของชาลเกยังคงยืนยันว่า มานูเอลนอยเออร์จะเล่นให้ชาลเกในฤดูกาลหน้า ในเดือนพฤศจิกายน นอยเออร์เป็นผู้รักษาประตูชาวเยอรมันคนเดียวที่มีชื่อติดอยู่ใน1ใน5ผู้เข้าชิงตำแหน่งในทีมแห่งปีของยูฟ่า

ในช่วงสำหรับฤดูกาล 2010-2011 นอยเออร์ได้รับตำแหน่งเป็นกัปตันทีม โดยและเขาได้พาทีมเข้าสู่รอบรองชนะเลิศในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกได้เป็นครั้งแรก แล้วซึ่งเขายังมีส่วนร่วมในชัยชนะของทีมในการแข่งเดเอฟเบโพคาลในฤดูกาลสุดท้ายที่เขาลงเล่นกับสโมสร ต่อมาเมื่อชาลเกสามารถเอาชนะเอ็มเอสเฟา ดุยส์บวร์กไปได้ด้วยคะแนน ไป5:0 นอยเออร์ ได้รับมอบหมายตำแหน่งกัปตันทีมของชาลเก ซึ่งสามารถพาทัพ ฉายาว่า"บลูราชัน" ทะลุเข้าถึงรอบรองชนะเลิศศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เป็นครั้งแรกของสโมสร

ในวันที่ 20 เมษายน ค.ศ. 2011 นอยเออร์ได้ประกาศว่าเขาจะไม่ต่อสัญญากับชาลเก และกำลังจะจบลงในท้ายฤดูกาล 2011-2012 เขาได้รับการวิจารณ์อย่างหนักจากแฟนๆทีมชาลเก ซึ่งผิดหวังที่เขาจะทิ้งทีมไปอยู่กับฝั่งคู่ต่อสู้

พนันบอลออนไลน์

บาเยิร์นมิวนิก

ในฤดูกาลที่2011-2012

เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ค.ศ. ปี2011 สโมสรชาลเกและบาเยิร์นมิวนิกได้ยืนยันว่านอยเออร์จะย้ายทีมมาเล่นให้กับบาเยิร์นมิวนิกในเดือนกรกฎาคมปีดังกล่าว มานูเอลนอยเออร์ได้เซ็นต์สัญญา 5 ปีซึ่งจะหมดอายุลงในเดือนมิถุนายน ค.ศ. ปี2016 บาเยิร์นมิวนิกซื้อตัวนอยเออร์ในราคาสูงถึง 22ล้านยูโร เลยทำให้นอยเออร์กลายเป็นผู้รักษาประตูที่มีค่าตัวแพงเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์ จึงเป็นรองเพียงจันลุยจี บุฟฟอนหลังจากต้องเผชิญกระแสต่อต้านจากแฟนบอลบางส่วนผู้ไม่พอใจที่บาเยิร์นซื้อตัวผู้รักษาประตูชาลเก้การประชุมระหว่างสโมสรและตัวแทนของกลุ่มผู้สนับสนุนจึงถูกจัดขึ้นในวันที่ สอง2 กรกฎาคม ปีเดียวกัน จากการประชุมได้ข้อสรุปว่า นอยเออร์จะเป็นสมาชิกของสโมสรอย่างเต็มตัว โดยและควรได้รับการปฏิบัติต่ออย่างเคารพ รวมถึงกระแสต่อต้านจะต้องสิ้นสุดลง ในช่วงสัปดาห์แรกในบาเยิร์นมิวนิก หลังจากทีมเสมอ 0-0 จากแมทช์กับฮอฟเฟนไฮม์ มานูเอลนอยเออร์ทำลายสถิติการไม่เสียประตูต่อเนื่องยาวนานที่สุด พิชิตรางวัลนักเตะแห่งปีของเยอรมนี ปี(2011) และด้วยฟอร์มการเล่นที่สม่ำเสมอของนอยเออร์ ในซีซั่น ปีฤดูกาลที่2010-11 ทำให้เจ้าตัวไดรับรางวัลนักฟุตบอลแห่งปีเป็นครั้งแรกในชีวิต

ต่อมาและในวันที่ 25 เมษายน ค.ศ. 2012 นอยเออร์สามารถเซฟจุดโทษของสุดยิดนักเตะอย่างคริสเตียโน อาโรนัลโด และ กาก้า เขายังช่วยบาเยิร์นในรอบชิงชนะเลิศยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกกับเรอัลมาดริด และหลังจากจบแมทช์ นอยเออร์ได้ออกมาเปิดเผยว่าเขาศึกษาวิธีที่โรนัลโดยิงลูกโทษ เขากล่าว"ผมมักจะเตรียมความพร้อมต่อสถานการณ์ต่างๆเสมอ โทนี่ ทาปาลอวิค ซึ่งเป็นโค้ชผู้รักษาประตูของทีม ได้เปิดวิธีที่โรนัลโดมักยิงจุดโทษให้ผมดูบนแลปทอปของเขา โดยผมได้เรียนรู้ว่าโรนัลโดมักจะยิงจุดโทษไปทางฝั่งซ้ายล่างของเขา ผมเดาว่าเขาคงเลือกยิงจากจุดประจำของเขา"

นายทวารจอมเก๋ามานูเอลนอยเออร์ลงเล่นในรอบชิงชนะเลิศยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ในฤดูกาล2012 กับเชลซี และแมทช์นั้นก็จบลงด้วยการยิงจุดโทษ นอยเออร์เป็นผู้ยิงจุดโทษคนที่สามทำให้ทีมได้คะแนน โดยที่และเซฟจุดโทษแรกจากควน มาตา แต่ไม่สามารถเซฟลูกที่เหลือได้ จึงทำให้บาเยิร์นมิวนิกแพ้ในบ้าน สนามอัลลิอันซ์ อารีนา ไปด้วยคะแนน 4-3 และพลาดถ้วยรางวัล พนันบอลออนไลน์


ในฤดูกาลที่2012-2013

โดยในการแข่งขันศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก รอบรองชนะเลิศกับเรอัลมาดริด ที่ต้องยิงจุดโทษตัดสินชี้ขาด นอยเออร์ โชว์ลีลาการเซฟลูกยิงของทัพ ของ"ราชันชุดขาว" ทั้งคริสเตียโน โรนัลโด และกาก้า จนช่วยให้ทีมทะลุเข้าไปชิงชนะเลิศได้สำเร็จ และในการยิงจุดโทษตัดสินกับเชลซี ในรอบชิงชนะเลิศ นอยเออร์ เป็นผู้สังหารประตูเข้าไปหนึ่งลูก เขา(ยิงคนที่ 3) และเซฟลูกยิงของฆวน มาตา ได้หนึ่งลูก ทว่ามันยังไม่เพียงพอที่จะช่วยให้บาเยิร์นมิวนิก คว้าแชมป์เนื่องจากผลรวมแล้วเชลซี ยิงได้เฉียบคมกว่า และนอยเออร์ คือขุมกำลังหลักของ "เสือใต้" ชุดคว้าแชมป์สโมสรโลก ได้มาครองได้สำเร็จเป็นครั้งแรก โดยสามารถเอาชนะสโมสร ราจา คลับแอตเลติก 2-0 ในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2012–13 รอบแพ้คัดออก และนอยเออร์ทำสถิติไม่เสียประตู4 แมทช์ติดต่อกันจากแมทช์กับยูเวนตุสและเอฟซีบาร์เซโลนา อยู่ในรอบชิงชนะเลิศยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกฤดูกาล2013 นอยเออร์สามารถเซฟได้ถึง8ประตู จึงช่วยให้บาเยิร์นมิวนิกสามารถคว้าแชมป์สมัยที่5ไปได้ มือกาวเลือดเบียร์ และสามารถคว้าแชมป์เดเอฟเบ โพคาล ให้กับตัวเองได้เป็นครั้งที่สองและนั่นเป็นครั้งแรกกับบาเยิร์น มิวนิก โดยสามารถพิชิตสตุ๊ตการ์ต ไปได้ในรอบชิงชนะเลิศ 3-2 นอยเออร์ คว้าแชมป์บุนเดสลีกา ให้กับตัวเองเป็นหนแรกได้สำเร็จซึ่งหลังจากเขาเป็นกำลังสำคัญช่วยให้บาเยิร์น มิวนิก มีผลงานยอดเยี่ยมตลอดทั้งฤดูกาล

ในฤดูกาล2013-2014

และสำหรับสำหรับยูฟ่าซูเปอร์คัพฤดูกาล 2013 เมื่อในวันที่ 30 สิงหาคม เขาเซฟจุดโทษสุดท้ายซึ่งทำให้บาเยิร์นมิวนิกชนะแมทช์กับเชลซีได้ มานูเอลนอยเออร์ได้รับตำแหน่งเป็นผู้รักษาประตูที่ดีที่สุดแห่งปี ค.ศ.2013 วันที่ 9 กุมภาพันธ์ในแมทช์ระหว่างบาเยิร์นมิวนิกและอาร์เซนอลในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ในฤดูกาล ที่2013–14 รอบแพ้คัดออก นอยเออร์เซฟจุดโทษของเมซุท เออซิล บาเยิร์นชนะเกมไปด้วยคะแนน2-0และในวันที่ 2 พฤษภาคม ค.ศ. 2014 นอยเออร์ได้ขยายสัญญาต่อไปจนถึงปี2019

ในฤดูกาล2014-2015

แล้วต่อมาจากนั้นเขาได้รับเลือกให้เป็นนักฟุตบอลแห่งปีของประเทศเยอรมนี เขาได้รับโหวตให้อยู่ในทีมแห่งปีของยูฟ่า และได้รับอันดับสามจากรางวัลฟีฟ่าบาลงดอร์ 2014
วันที่ 30 มกราคม ค.ศ.2015 บาเยิร์นมิวนิกแพ้ในแมทช์กับโวล์ฟสบวร์กไปด้วยคะแนนถึง ด้วยสกอร์4-1 เป็นแมทช์แรกตั้งแต่นอยเออร์ร่วมทีมในปี2011 ที่นอยเออร์เสียไปถึง4ประตู จากครั้งล่าสุดที่บาเยิร์นมิวนิกเสีย4ประตูในแมทช์กับโวล์ฟสบวร์กต่อมาในวันที่ 4 เมษายน ค.ศ. 2009

พนันบอลออนไลน์

ระดับทีมชาติ 


เยาวชน

หลัจากฝึกซ้อมในทีมเยาวชน ซึ่งนอยเออร์เดบิวต์ในการแข่งขันฟุตบอลโลกรุ่นอายุต่ำกว่า 21ปี ในเมื่อวันที่15 สิงหาคม ค.ศ. 2006 ในแมตช์ที่พบกับเนเธอร์แลนด์เขาชนะในฟุตบอลโลกรุ่นอายุต่ำกว่า21ปี ฤดูกาล 2009 ร่วมกับทีมชาติเยรมนีที่สวีเดน และทำสถิติไม่เสียประตูในแมตช์สุดท้ายที่ชนะทีมชาติอังกฤษ


ฟุตบอลโลก 2010

มานูเอลนอยเออร์ถูกเรียกตัวเมื่อในวันที่19 เดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2009เพื่อที่จะเข้าร่วมกับทีมชาติเยอรมันในทัวร์ออฟเอเชีย โดยและเขาเดบิวต์ตัวเองในทัวร์ครั้งนี้ในแมทช์ที่เจอกับสาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในวันที่ สอง2 มิถุนายน เขายังลงเล่นในแมทช์กระชับมิตรระหว่างทีมชาติโกตดิวัวร์ในเดือนพฤศจิกายน จนและซึ่งจบลงด้วยการเสมอ 2-2 ถีงแม้เขาจะแสดงความรับผิดชอบต่อการเสียประตูแรกแต่โยอาคิม คิมเลิฟผู้จัดการทีมก็ไม่ได้กล่าวโทษแต่กลับชมเชยที่นอยเออร์พยายามอย่างดีที่สุดแล้ว

เนื่องจากการเสียชีวิตของผู้รักษาประตูโรเบิร์ต เอนเค่ อยู่ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ.2009 ทำให้นอยเออร์กลายเป็นตัวเลือกผู้รักษาประตูทีมชาติเยอรมนีตัวจริงอันดับสองรองจากเรเน่ เร่แอดเลอร์ อย่างไรก็ตาม แอดเลอร์ได้รับบาดเจ็บหนักที่กระดูกซี่โครงทำให้เขาต้องถอนตัวออกจากฟุตบอลโลก มานูเอลนอยเออร์จึงกลายเป็นตัวเลือกผู้รักษาประตูตัวจริงอันดับหนึ่งของทีมชาติ

ต่อมานอยเออร์ได้รับเลือกให้ลงเป็นผู้รักษาประตูตัวจริงของทีมชาติเยอรมันในการแข่งขันฟุตบอลโลก ปี2010ที่แอฟริกาใต้ ในรอบgroup stageหรือรอบแรกของการแข่งขัน และนอยเออร์เสียประตูไปเพียงแค่ประตูเดียว จากประตูของมิลาน โยวาโนวิชในแมทช์ที่ปะทะกับทีมชาติเซอร์เบีย ซึ่งเขาให้ความช่วยเหลือในการทำประตูของมีโรสลัฟ โคลเซอในแมทช์ที่ชนะทีมชาติอังกฤษไปได้ด้วยคะแนน4-1 และเขาลงเล่นในทุกแมทช์จนกระทั่งแมทช์ชิงอันดับที่สามกับทีมชาติอุรุกวัย ซึ่งได้ฮันส์-ยอร์ก บุทท์มาทำหน้าที่รักษาประตูแทน


ฟุตบอลยูโร 2012

มานูเอลนอยเออร์ลงเล่นในทุกแมทช์และทุกนาทีในรอบคัดเลือก และหลังจากทีมเยอรมนีเอาชนะตุรกีไปได้ด้วยคะแนน 3-1 เขาได้รับการชื่นชมจากไหวพริบในการเล่นของเขา นอยเออร์เขาสามารถป้องกันประตูจากฮามิต อัลทึนโทปและส่งบอลกลับไปที่เท้าของโทมัสมุลเลอร์ผู้ช่วยให้มารีโอ โกเมซสามารถทำประตูแรกได้ อย่างพอดิบพอดี ทางนอยเออร์ยังมีส่วนช่วยในการได้ประตูที่สอง โดยเปิดบอลไปให้มารีโอ และเกิทเซอส่งต่อไปยังมึลเลอร์ซึ่งสามารถยิงเข้าจากกรอบเขตโทษ แถมเขายังทำสถิติไม่เสียประตูในแมทช์ที่ปะทะกับโปรตุเกส และเสียเพียงแค่ประตูเดียวในแมทช์กับเนเธอร์แลนด์และเดนมาร์ก และทำให้เยอรมนีเป็นผู้ชนะในกลุ่มบี และเป็นทีมเดียวในการแข่งขันที่ไม่แพ้เลยในรอบคัดเลือกระหว่างกลุ่ม


ฟุตบอลโลก 2014

ด้วยแนวการเล่นแบบสวีปเปอร์-คีปเปอร์(ผู้รักษาประตูที่ทำหน้าที่เหมือนเป็นกองหลังตัวสุดท้ายให้กับทีม และโดยสามารถออกมาเล่นนอกเขตโทษได้) ของนอยเออร์ ทำให้เขาแตกต่างจากผู้รักษาประตูคนอื่นๆในฟุตบอลโลก ปี2014 ด้วยเหตุนี้ทำให้เพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆสามารถบุกเข้าไปเล่นในฝั่งของฝ่ายตรงข้ามได้อย่างเต็มที่ และรวมถึงการที่นอยเออร์พร้อมที่จะออกมาเล่นและสกัดบอลของคู่ต่อสู้นอกกรอบเขตโทษ จากนั้นนอยเออร์กลายเป็น"ผู้เล่นคนที่11ของทีม"ซึ่งเขาได้รับการฝึกทักษะนี้จากเปป กวาร์ดีโอลา ผู้จัดการของทีม พนันบอลออนไลน์

โดยหลังจากการที่เขาไม่เสียประตูในแมทช์กับโปรตุเกสและสหรัฐอเมริกา มานูเอลนอยเออร์ทำสถิติไม่เสียประตูติดต่อกันเป็นแมทช์ที่สามในฟุตบอลโลก ปี2014 จากแมทช์ที่ชนะฝรั่งเศสไปด้วยคะแนน1-0ในรอบก่อนชิงชนะเลิศ และซึ่งเป็นการไม่เสียประตูแมทช์ที่22ในทั้งหมด50แมทช์ที่เขาลงเล่นในนามทีมชาติ อยู่ในรอบรองชนะเลิศ นอยเออร์เสียประตูจากแมทช์ที่เอาชนะเจ้าบ้านอย่างบราซิลไปด้วยคะแนน7-1

ในวันที่ 13 กรกฎาคม ในรอบชิงชนะเลิศซึ่งพบกับทีมชาติอาร์เจนตินา ถึงแม้นอยเออร์จะไม่ได้ทำหน้าที่มากนักแต่เขาบริหารการเล่นของเขาในกรอบเขตโทษได้อย่างดี เลยทำให้กอนซาโล อีกวาอินและโรดรีโก ปาลาเซียวทำประตูพลาด เยอรมนีเอาชนะอาร์เจนตินาไปได้ด้วยคะแนน1-0 ได้จากประตูของมารีโอ เกิทเซอในช่วงต่อเวลา ส่วนทางด้านนอยเออร์ก็ได้รับรางวัลถุงมือทองคำจากการที่เขาเป็นผู้รักษาประตูที่ดีที่สุดของทัวร์นาเมนต์


ชีวิตส่วนตัว

สำหรับมานูเอล นอยเออเขาเกิดที่เกวเซนเคนเซินส์ อยู่ในรัฐนอร์ทไรน์-เวสต์ฟาเลีย ประเทศเยอรมนี เขาเข้าศึกษาที่เกซัมท์ชูเล และเบอร์เกอร์ เฟลด์ ในเมืองบ้านเกิด ตามวิถีนักฟุตบอลทั่วไป ยังถิ่นมาร์เซล พี่ชายของเขา เป็นกรรมการผู้ตัดสินในเวอร์บันด์สลีกา และเขายังได้รับลูกฟุตบอลลูกแรกเมื่ออายุได้ 2 ขวบ ลงแข่งเป็นครั้งแรกในวันที่ สาม3 มีนาคม 1991 หรือ 24วันก่อนวันเกิดปีที่5ของเขา ฮีโร่และไอดอลของนอยเออร์คือ เยนส์ เลห์มันน์ ผู้รักษาประตูจากสโมสรชาลเก 04

นอยเออร์นับถือศาสนาคริสต์ นั่นคือนิกายคาธอลิก เขาสนับสนุนกลุ่มคาธอลิกในการช่วยเหลือเด็กๆที่ขาดแคลนอาหาร และยังรวมถึงสโมสรเยาวชนในเกลเซนเคียร์เชิน ซึ่งจัดตั้งและดำเนินการโดยอมิโกเนียนซึ่งนอยเออร์เป็นผู้ริเริ่มจัดตั้งมูลนิธิเด็ก มานูเอล นอยเออร์ ในเดือนพฤศจิกายน 2011 โดยที่นอยเออร์ได้รับเงินบริจาคถึง 500,000ยูโร ซึ่งได้มาจากโครงการฮูวอนส์ทูบีอะมิลเลียนแนร์เวอร์ชันเยอรมนีนอยเออร์เป็นผู้ให้เสียงแฟรงก์ แมคเคย์ ในภาพยนตร์ของดิสนีย์ซึ่งเป็นของมหา'ลัย มอนส์เตอร์ฉบับภาษาเยอรมัน









พนันบอลออนไลน์

วันพุธที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ประวัติของ โทนี่ โครส

ประวัติของ โทนี่ โครส





ข้อมูลนักเตะ

ชื่อจริง โทนี่ โครส


วันเกิด 4 มกราคม ค.ศ. 1990 (24ปี)


สถานที่เกิด เมืองไกวฟวาลด์ ประเทศเยอรมนี


สัญชาติ เยอรมนี


ส่วนสูง 182 เซนติเมตร 


ตำแหน่ง กองกลาง


สโมสรปัจจุบัน เรอัล มาดริด




ประวัตินักเตะ

ดาวเตะมิดฟิลด์แห่งเมืองเบียร์โทนี่โครสเขาเกิดในเมืองไกรฟวาลด์ในช่วงตอนเด็กๆเขาไม่ค่อยสนใจในเรื่องการเรียนสักเท่าไหร่และบ่อยครั้งที่เขามักจะไม่เข้าห้องเรียนเพื่อเอาเวลาไปเล่นฟุตบอลแทนโทนี่โครสเขาขาดเรียนไปถึง40วันในการเรียน1ปีแต่ถึงอย่างไรก็ยังโชคดีที่เขาเรียนจบมาได้
เขาเริ่มเล่นฟุตบอลกับทีมสโมสรไกรฟวาลด์ เอสซีอยู่ในรุ่นเยาวชนตั้งแต่ฤดูกาลที่1997-2002โดยและหลังจากนั้นไม่นานก็ถูกดึงตัวไปเล่นให้กับทีมชุดเยาวชนของฮันซ่า รอสต๊อคและโดยเขาใช้เวลาอยู่กับ ฮันซ่าอยู่ประมาณ 4 ปีซึ่งในช่วงปีที่2002-2006และก่อนที่ในช่วงท้ายฤดูกาลกับทีมสโมสรอย่างบาเยิร์นมิวนิคเขาจะได้เข้ามาเห็นฟอร์มเขาและดึงตัวไปเล่นให้กับทีมเยาวชนในปีค.ศ.2006  
พนันบอลออนไลน์
ในฤดูกาลที่2007-2008และในวัยเพียงแค่17 ปีโทนี่โครสได้ขึ้นมาติดอยู่ในทีมชุดใหญ่ของสโมสรบาเยิร์น บาร์เยินมิวนิค เขาได้ลงเล่นเกมแรกในเวทีบุนเดสลีก้า วันที่ 26 กันยายน เมื่อปีค.ศ.2007 โดยลงมาเป็นตัวสำรองในขณะที่เหลือเวลาอีก 18 นาทีสุดท้าย ซึ่งในเกมการแข่งขันในนั้น บาเยิร์น ถล่มเอาชนะ เอเนอร์กี้ ค็อตบุส ไปได้ 5-0 โดยโทนี่ โครสเขาสามารถทำได้ ทำไป2 แอสซิสต์ในเกมนี้ ตอนนั้น โครส กลายเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดที่ลงเล่นให้ทีม อย่าง''เสือใต้'' โดยอายุเพียงด้วยวัยเพียง 17 ปี แต่สถิตินี้ก็โดนทำลายไปแล้วโดย ดาวิด อลาบา ในปี 2010 
โครส ยิงประตูแรกในสีเสื้อสโมสรอย่างบาเยิร์นมิวนิกในวันที่ 25 ตุลาคม 2007 โดยยิงได้ในเกม ยูฟ่า คัพ ซึ่งเป็นการแข่งขันที่พบกับทีม เรดสตาร์ เบลเกรด โดยเขาถูกส่งลงไปในนาทีที่ 81 โดยที่เขาสามารถทำประตูได้ทันที เขาออกสตาร์ทเป็นตัวจริงเกมแรกกับทีม สโมสร''เสือใต้''บาเยิร์นมิวนิก ในเกมที่ชนะ สตุทการ์ท ไป 3-1 จนเมื่อวันที่ 31 ในเดือนมกราคม 2009 โทนี่ โครส ถูกส่งไปให้กับทางด้านสโมสร ไบเออร์ เอเรเลเวอร์คูเซ่น ด้วยยืมตัวด้วยสัญญา 18 เดือน เพื่อเป็นการเก็บประสบการณ์ต่อไป
 
เลเวอร์คูเซ่น (ยืมตัว)ฤดูกาล 2008-2009 
29 กุมภาพันธ์ 2009 โดยโครสได้ลงเล่นเกมแรกให้กับเลเวอร์คูเซ่นโดยถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรองในเกมที่พบกับ สโมสรอย่างฮันโนเวอร์ และหลังจากนั้น 12 เมษายนเขาได้ลงเป็นตัวจริงเกมแรกในเกมบุนเดสลีก้าที่พบกับ แวเดอร์เบรเมน โดยเกมนี้เขาทำได้ 1 แอสซิสต์และเขาสามารถทำประตูแรกได้ในสีเสื้อของ''ห้างขายยา''ในวันที่ 18 เมษายน ในเกมกับ โวลฟบวร์ก ฤดูกาลนี้ โครส พาเลเวอร์คูเซ่นไปได้ไกลถึงนัดชิงชนะเลิศในศึกการแข่งขันเดเอฟเบ เดโพคาลแต่ก็ทำได้เพียงแค่รองแชมป์เขาลงเล่นไปทั้งหมดในฤดูกาลนี้ 13 นัด และยิงไป 1 ประตู
พนันบอลออนไลน์
ในฤดูกาลที่2009-2010
ฤดูกาลนี้ โทนี่ โครส ได้ลงเล่นมากขึ้นและฟอร์มของเขาก็ดีขึ้นตามไปด้วยโดยฤดูกาลนี้โทนี่โครส สามารถคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนธันวาคมมาครองได้ด้วยซึ่งในฤดูกาลนี้เขาลงเล่นไปทั้งหมด33นัดและยิงไปได้เพียง9ประตูและอีก12แอสซิสต์
 
บาเยิร์น มิวนิค(ชุดใหญ่) 2010-2014 
16 สิงหาคม 2010 โครส ได้กลับมาลงเล่นให้บาเยิร์น มิวนิคชุดใหญ่อีกครั้งในเกมการแข่งขันเดเอฟเบ โพคาลโดยเขาทำได้เพียงแค่1ประตูและช่วยให้ทีมเอาชนะไปได้ด้วยสกอร์4-0ในฤดูกาลที่2010-2011 โทนี่โครสได้ลงเล่นไปทั้งหมด 37 นัด ยิงได้ 3 ประตู ในฤดูกาล 2011-2012ทีม''เสือใต้'' บาเยิร์น มิวนิค ได้ดึง จุฟ ไฮเกส อดีตกุนซือ ไบร์เออเลเวอร์คูเซ่น มาคุมทีมแล้วเหมือนกับเป็นสัญญานที่ดีของโทนี่ โครสเขากลายเป็นตัวเลือกแรกๆในการจัดทีมในยุคนี้ไปโดยปริยายโดยเขาได้ปักหลักอยู่ตรงกลางจับคู่กับบาสเตียน ชไวสไตร์เกอร์ ทำให้ฤดูกาลนี้เขาได้ลงเล่นไปถึง 51 แมตช์เมื่อเข้าสู่ฤดูกาล ปีที่2012-2013 โครส มีส่วนสำคัญในการพา ''เสือใต้'' คว้า ทริปเปิ้ลแชมป์ โครส ยิงประตูได้ในนัดแรกของศึกบุนเดสลีกาและเขาแถมด้วยการยิงประตูใส่ บาเลยเซีย ในแชมป์เปี้ยนส์ลีก ก่อนจะจบในการพบกับยูเวนตุสนัดแรกโดยหลังจากนั้นเขาก็กลับมาและช่วย บาเยิร์นฯ ทีมเสือใต้ก็ไล่เก็บแชมป์ ถ้วยใหญ่ของยุโรปและเดเอฟเบ โพคาลได้สำเร็จ

และในฤดูกาลล่าสุด2013-2014โครสทำประตูแรกของเขาในฤดูกาลนี้ในเกมที่พบกับ ไบร์เออเลเวอร์คูเซ่น และยังยิงประตูได้ในเกมแชมป์เปี้ยนส์ลีกกับอาร์เซน่อลฤดูกาลนี้โครสลงเล่นไปทั้งหมด 51 นัด ยิงไปได้มั้งหมด 4 ประตู โทนี่โครสกองกลางตัวเก่งของทีมชาติเยอรมนีมองว่าคุณภาพนักเตะของเรอัลมาดริดทีมที่ยอดเยี่ยมแห่งสเปน และทีมบาเยิร์นมิวนิกยักษ์ใหญ่แห่งลีกเยอรมนีนั้นแทบจะไม่แตกต่างกันเลย มิดฟิลด์ชุดแชมป์โลก 2014 ย้ายมาจากทัพเสือใต้มาร่วนทัพกับราชันชุดขาวเมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมาด้วยค่าตัวราวๆประมาน24 ล้านปอนด์เซ็นสัณณาระยะยาว 6 ปีหลังจากผ่านมาครึ่งฤดูกาลเจ้าตัวก็ได้ออกมายอมรับว่าเขามีความสุขที่ได้ย้ายมาที่ถิ่นแห่งนี้พร้อมชี้ว่าคุณภาพทีมราชันชุดขาวเรอัลมาดริดนั้นแทบจะไม่แตกต่างกับทีมบาเยิร์นเลยแม้แต่น้อยเพราะทั้งสองทีมเปรียมไปด้วยนักเตะระดับโลกเช่นเดียวกัน กองกลางจอมวางบอลเผยว่าการได้ลงเล่นกับสตาร์ดังอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้นั้นถือว่าวิเศษจริงๆแต่อยู่ที่บาเยิร์นเขาก็ยังได้ใช้ห้องแต่งตัวร่วมกับนักเตะระดับโลกคนอื่นๆอีกหลายคน คูณภาพทีมทั้งสองแทบไม่แตกต่างกันเลยเพราะว่าทั้งสองทีมคือสุดยอดทีมที่ดีที่สุดจนถึงในตอนนี้ผมก็มีความสุขดีในถิ่น ซานดิเอโก้ เบร์นาบิวโยโทนี่โครสได้กล่าวว่า"และผมหวังว่าเราจะจบฤดูกาลด้วยความสำเร็จ"เรอัลมาดริดมหาอำนาจแห่งศึกลูกหนังลาลีกาสเปนเปิดตัวโทนี่โครสกองกลางทีมชาติเยรอมนีที่ย้ายมาจากทีมยักษ์ใหญ่แห่งลีกบุนเดสลีกาของเยรมันมาเข้าถิ่นซานดิเอโกเบร์นาเบวเป็นที่เรียบร้อยพร้อมจัดพิธีเปิดในถิ่นดิเอโกเบร์นาเบวท่ามกลางแฟนบอลของราชันชุดขาวมากมายที่แห่มาดูวันเปิดตัวของเขาโดยดาวเตะแชมป์โลกได้สวมเสื้อหมายเลข8ซึ่งเคยเป็นของดาวเตะเยอรมันเหมือนกันอย่างเมซุตโอซิล
ทีมชาติ

เยอรมันชุดยู-17
โทนี่โครสติดทีมชาติเยอรมันรุ่นอายุไม่เกิน17ปี ในวัยเพียง17 ปีพอดิบพอดีโดยเขาสามารถคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำศึกเวิลด์คัพอยู่ในรุ่นอายุไม่เกิน17ปีมาครองได้ด้วยทีมชาติเยอรมันชุดใหญ่

เวิลด์ คัพ 2010
มาถึงปี2010โทนี่โครสได้ถูกเรียกตัวติดทีมชาติเยอรมันชุดใหญ่จนได้และโดยนัดแรกโทนี่โครสได้มีชื่อติดไปอุ่นเครื่องกับอาร์เจนติน่าเมื่อในวันที่3มีนาคม2010ในฟุตบอลโลกปีนี้เขาได้ลงไปเพียงแค่2นัดและลงไปในฐานะตัวสำรองทั้ง2เกมการแข่งขัน 

ยูโร 2012
โดยในปีนี้โครสเริ่มเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางแล้วและเขาได้กลายเป็นตัวหลักของทีมชาติเยอรมันและเขาสามารถทำประตูแรกในทีมชาติได้สำเร็จในศึกยูโร ครั้งนี้

เวิลด์ คัพ 2014
โทนี่โครสโชว์ผลงานได้ดีตั้งแต่รอบคัดเลือกโดยสามารถทำได้2ประตูในเกมกับไอร์แลนด์และออสเตรีย เข้าสู่รอบสุดท้ายเกมแรกที่ทีมชาติเยอรมันอัดโปรตุเกสไป4-0โทนี่โครสก็เป็นคนแอสซิสต์ให้แมตฮัมเมลล์ทำประตูได้ในรอบรองชนะเลิศที่เจอกับเจ้าภาพบราซิลและโครสโชว์ฟอร์มโหดขั้นเทพด้วยการยิง 2 ประตู และทำถึง 4 แอสซิสต์ คว้ารางวัลแมน ออฟ เดอะ แมตช์ไปครองด้วยชัยชนะอันสวยหรู7-1โดยโครสสามารถโชว์ผลงานในศึกเวิลด์คัพ2014ครั้งนี้ได้อย่างน่าประทับใจจนมีชื่อติดเข้าชิงรางวัลโกลเด้นบอลด้วยโดยแต่สุดท้ายแล้วก็เป็นเมสซี่ที่คว้ารางวัลนี้ไปครอง
พนันบอลออนไลน์
ชีวิตส่วนตัว 

-โครสมีน้องชายชื่อว่าเฟลิกซ์ โครสเป็นนักเตะของทีมแวร์เดอร์เบรเมนเล่นตำแหน่งมิดฟิลด์และส่วนพ่อของเขาโรลันด์​ทำงานในทีมเยาวชนของเอ-ยูธ(ยู-19)ของทีมฮันซารอสต็อก 
ดาวเตะโทนี่โครสใช้ชีวิตอยู่กับแฟนสาวที่คบกันมานานชื่อว่าเจสซิกาฟาร์เบอร์โดยทั้งคู่มีลูกด้วยกัน1คนชื่อว่าลีออน(เกิดวันที่ 14 ส.ค.ปี 2013)

เส้นทางการค้าแข้ง

ระดับอาชีพ 
2007-ปัจจุบันทีมสโมสรบาเยิร์นมิวนิกชุดใหญ่(ยืมตัวไปเล่นให้กับทีมสโมสรอย่างไบเออร์ เลเวอร์คูเซน ปี 2009-10)
2007-2008บาเยิร์น มิวนิกชุดบี

ระดับเยาวชน
ในปี2006-2007บาเยิร์น มิวนิก
ในปี2002-2006ฮันซา ร็อสต็อก
ในปี1997-2002เกลฟสวัลเดอร์ เอฟวี

ระดับทีมชาติ
ในปี2010-ปัจจุบัน ทีมชาติเยอรมนี ชุดใหญ่
ในปี2008-2009 ทีมชาติเยอรมนี ชุดยู-21
ในปี2009 ทีมชาติเยอรมนี ชุดยู-19
ในปี2005-2007 ทีมชาติเยอรมนี ชุดยู-17
พนันบอลออนไลน์
รางวัลเกียรติประวัติและผลงานที่ผ่านมา

ระดับสโมสร 

บาเยิร์น มิวนิก 
ได้แชมป์บุนเดสลีกา 3 สมัย : 2007-08, 2012-13, 2013-14
ได้เป็นแชมป์เดเอฟเบ โพคาล 2 สมัย : 2007-08, 2012-13
-แชมป์ ลิกาโพคาล ได้ไป1 สมัย : 2007
-แชมป์เดเอฟแอล ซุปเปอร์ คัพ 2 สมัย : 2010,2012
และยังได้แชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 1 สมัย : 2012-13
-แชมป์ ซุปเปอร์ คัพ อีก1 สมัย : 2013
-แชมป์สโมสรโลก 1 สมัย : 2013

ระดับทีมชาติเยอรมนี
ได้แชมป์ฟุตบอลโลกในปี2014
ได้อันดับ3ฟุตบอลโลกในปี2010
ได้อันดับ3ฟุตบอลโลกในรุ่นยู-17 ปี2007
ได้อันดับ4ฟุตบอลยุโรปในรุ่นยู-17 ปี2007

ระดับบุคคล
ได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยม ฟุตบอลยุโรปในรุ่นยู-17 ปี2006
ได้รับรางวัลดาวซัลโวฟุตบอลยุโรปในรุ่นยู-17 ปี2006
ได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมฟุตบอลโลกในรุ่นยู-17 ปี2007








วันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ประวัติของ เมซุต โอซิล

ประวัติของ เมซุต โอซิล 



พนันบอลออนไลน์


                         


ข้อมูลนักฟุตบอล


ชื่อ: เมซุต โอซิล

สัญชาติ : เยอรมัน

วันเกิด : 15 ตุลาคม 1988 (อายุ 24 ปี)

สถานที่เกิด : เมืองเกลเซนเคียร์เช่น ประเทศเยอรมันตะวันตก

ส่วนสูง : 183 เซนติเมตร

เท้าที่ถนัด : เท้าซ้าย

ตำแหน่ง : กองกลางตัวรุก

ต้นสังกัดปัจจุบัน : อาร์เซน่อล


พนันบอลออนไลน์




ระดับเยาวชน

ฤดูกาลที่1995-1998: เวสต์ฟาเลีย 04 เกลเซนเคียร์เคิน
ฤดูกาลที่1998-1999: ทอยโทเนียชัลเคอ-นอร์ด
ฤดูกาลที่1999-2000: ฟัลเคอเกลเซนเคียร์เคิน
ฤดูกาลที่2000-2005: รอท-ไวสส์เอสเซิน
ฤดูกาลที่2005-2006: ชาลเก้ 04

ระดับอาชีพ

ฤดูกาลที่2006-2008: ชาลเก้ 04 ลงเล่น 30นัด
ฤดูกาลที่2008-2010: แวร์เดอร์ เบรเมน ลงเล่น 71นัด ยิง13ประตู
ฤดูกาลที่2010-2013: รีล มาดริด ลงเล่น105นัด ยิง19ประตู
ฤดูกาลที่2013-ปัจจุบัน: อาร์เซน่อล ลงเล่น22นัด ยิง4ประตู

ทีมชาติ

ฤดูกาลที่2006-2007: เยอรมนี อายุไม่เกิน 19ปี ลงเล่น11นัดยิงไป4ประตู
ฤดูกาลที่2007-2009: เยอรมนี อายุไม่เกิน 21ปี ลงเล่น16นัดยิงไป5ประตู
ฤดูกาลที่2009-ปัจจุบัน: เยอรมนี ลงเล่น53นัด ยิง17ประตู




ประวัตินักฟุตบอล


เม้ซุท โอซิล เกิดเมื่อวันที่ 15 ตุลาคมคริสศักราช1988 ที่เมืองเกลเซนเคียร์เชิน เป็นนักฟุตบอลชาวเยอรมันเชื้อสายตุรกีโดยพวกเราเป็นที่รู้จักกันดีจากการแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวในฐานะนักฟุตบอลทีมชาติเยอรมนีในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้

เมซุต โอซิล เริ่มเตะฟุตบอลเมื่ออายุ 7 ขวบ และเพียงแค่13 ปีหลังจากนั้นก็ได้เป็นถึงแชมป์ยุโรป และมีคนรู้จักไปทั่วโลกในส่วนของระดับสโมสร เนื่องจากเป็นคนพื้นที่เกลเซนเคียร์เช่น จึงเซ็นสัญญานักเตะอาชีพกับสังกัดทีมชาลเก้04 แต่ฝ่ายหลังกลับไม่เลือกปั้นเขา เพราะตอนนั้นมีนายลินคอล์น ชาวบราซิล เป็นจอมทัพ แถมผู้มาแทนคือ อิวาน ราคิติชเนื่องจากซึ่งพวกเขาซื้อมาจากสวิตเซอร์แลนด์ เมซุต โอซิล จึงต้องย้ายมาสโมสรแวร์เดอร์ เบรเมน อีกค่ายหนึ่งซึ่งมีชื่อเสียงในการปั้นดาวรุ่งของวงการฟุตบอล

เมซุ๋ต โอซิล มีการเล่นไม่ต่างจาก ดิเอโก้ ลูกพี่ของเขา เพราะครองบอลอย่างคล่องแคล่วและหาจังหวะขึ้นไปทำประตูได้ดี พร้อมลากบอลทะลุทะลวงกองหลังคู่แข่งตลอดเวลาในส่วนของการจ่ายบอลแม่นถือเป็นเรื่องปกติของจอมทัพเบรเมนมาทุกยุคทุกสมัยอยู่แล้วแต่ว่าซึ่งน่าแปลกที่ทีมชาติเยอรมันกลับหาคนเล่นสไตล์นี้ไม่ได้และเขาต้องใช้ มิชาเอล บัลลัค ซึ่งเกิดจากการเป็นกองกลางเชิงรับขึ้นมาเล่นตัวรุกแทน แถมที่ผ่านมา แบร์นด์ ชไนเดอร์, หรือบาสเตียนชไวน์สไตเกอร์ หรือ ลูคัส โพดอลสกี้ ก็ถูกจับให้ไปเล่นปีกมากกว่า

เมซุ๊ต โอซิล ปัจจุบันค้าแข้งอยู่กับ เรอัล มาดริด ในลาลีก้าของสเปน และเป็นกำลังสำคัญของทีมชาติเยอรมัน ดาวเตะเชื้อสายเติร์กและไต่เต้ามาตั้งระดับเยาวชน ยู-19 เมื่อปี 2006 ก่อนจะมาโด่งดังสุดขีดในช่วงปี2009 ซึ่งช่วยให้ "อินทรีเหล็ก จูเนียร์" ผงาดครองแชมป์ยูโรชุดเยาวชนยู-21 ได้สำเร็จ จากนั้นเจ้าตัวก็สร้างชื่อในทีมขาติชุดใหญ่อย่างต่อเนื่อง พนันบอลออนไลน์

เมซุ้ต โอซิล ยังเป็นตัวจักรสำคัญให้ เยอรมันนีในการแข่งขันเวิลด์ คัพ 2010 แถมยังได้รับการเสนอชื่อให้เข้าชิงรางวัลทองเท้าทองคำในทัวร์นเมนต์ดังกล่าวอีกด้วยในช่วงหลังจบศึกที่แอฟริกาใต้ กองกลางจอมเทคนิค ตัดสินใจโยกสังกัดไปอยู่กับราชันชุดขาวเรอัล มาดริด ในสเปน ในเดือนสิงหาคม 2010 มิดฟิลด์ตาโปน ปรับตัวเข้ากับทีม"ราชันชุดขาว"ซึ่งได้อย่างรวดเร็ว เมซุต โอซิล จัดเป็นกองกลางที่ครบเครื่องประกอบไปด้วยทั้งความแข็งแกร่ง และเทคนิค จนถูกยกให้เป็น ซีเนอดีน ซีดาน คนใหม่แห่งถิ่นเบร์นาบิว

เมซุ่ต โอซิล เป็นเพลย์เมกเกอร์ที่มากความสามารถเป็นคนที่จ่ายบอลให้เพื่อนทำประตูมากสุดในยุโรป ตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับสโมสรเรอัล มาดริด เมื่อปี 2010 โดยแอสซิสต์ให้เพื่อนร่วมทีมยิงไปได้ถึง47 ลูก และปัจจุบันได้ย้ายมาสโมสรฟุตบอลอาร์เซนอลด้วยค่าตัวราวประมาน50 ล้านยูโร (ประมาณ 2,000 ล้านบาท) ในไม่กี่ชั่วโมงก่อนเส้นตายตลาดซื้อขายจะปิดตัวลง


โอซิ่ลเล่นให้กับแวร์เดอร์เบรเมินและทีมชาติเยอรมนี ต่อมาได้ย้ายไปเรอัลมาดริดและแล้วเขาก็ได้ย้ายมาอาร์เซนอลด้วยค่าตัวราว 42.5 ล้านปอนด์ในไม่กี่ชั่วโมงก่อนปิดการซื้อขายตัวนักฟุตบอลซึ่งอยู่ในช่วงต้นฤดูกาล 2013–14 เออซิลเป็นผู้เล่นตัวทำเกมที่มากความสามารถ โดยยิงประตูให้เรอัลมาดริดถึง 74 ลูก ในปี 2010–13




ด้วยการที่เขาย้ายมาอาร์เซนอลครั้งนี้นับเป็นการทำสถิติการซื้อตัวนักฟุตบอลที่สูงสุดในประวัติศาสตร์ของอาร์เซนอล


ในช่วงปีฤดูกาลที่ 2014–15 เออซิลถูกวิจารณ์ว่าการเล่นตกลงไป ไม่โดดเด่นเหมือนฤดูกาลที่แล้วและในช่วงต้นเดือนตุลาคม ค.ศ. 2014 ขณะที่เดินทางกลับไปเยอรมนี เออซิลได้ถูกตรวจพบว่าได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่าโอซิลเขาต้องพักรักษาเป็นเวลาราว 3 เดือน ก่อนที่จะเริ่มกลับมาซ้อมและกลับมาลงเล่นอีกครั้งได้ในต้นปีคริสศักราช2015ในฐานะตัวสำรอง ที่เปลี่ยนตัวลงไปในนาทีที่ 73 แทนที่โดยออลีวีเย-ฌีรู ที่ถูกเปลี่ยนออก ในนัดที่อาร์เซนอลพบกับสโตกซิตี ที่สนามเอมิเรตส์สเตเดียมโดยผลการแข่งขันอาร์เซนอลชนะไป 3-0 เออซิลถูกส่งลงแข่งขันเป็นตัวจริงนัดแรกหลังจากหายบาดเจ็บกลับมาเป็นการแข่งขันในรายการเอฟเอคัพรอบสี่ ที่อาร์เซนอลบุกไปเอาชนะไบรตัน & โฮปอัลเบียนทีมจากดิวิชั่น1ไปได้ 3-2 โดยเป็นผู้ยิงประตูที่ 2 ได้ในนาทีที่ 24 ด้วย และยิงเป็นครั้งแรกในพรีเมียร์ลีกหลังจากหายอาการบาดเจ็บกลับมาและในนัดที่ 23 ของฤดูกาล ที่อาร์เซนอลเป็นฝ่ายเอาชนะแอสตันวิลลาทีมจากพรีเมียร์ลีกด้วยกันไปได้ถึง 5-0 ที่สนามเอมิเรตส์สเตเดียม โดยเออซิลยิงได้ในนาทีที่ 56 นับเป็นประตูที่ 2 ของการแข่งขันนัดนี้ และต่อมาได้รับรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของสมาคมนักฟุตบอลอาชีพ ประจำเดือนเมษายน ค.ศ.2015

ดาวเตะเมืองเบียร์เมซุต โอซิล เพลย์เมกเกอร์ทีมชาติเยอรมันของ อาร์เซน่อล แสดงความเห็นว่าการเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ถึง 2 หนในฤดูกาลนี้คือ แรงจูงใจชั้นดีในการที่จะบุกไปเอาชนะ โมนาโก เพื่อผ่านเข้ารอบต่อไปของ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้อย่างแน่นอน

"การจะผ่านเข้ารอบต่อไปสำหรับเรานั้น เราต้องเล่นในแนวทางที่เรารู้ดีว่าทำได้ เราต้องการตัดจังหวะการเล่นของพวกเขา และพยายามทำประตูให้เร็วที่สุด มันอาจจะดูยากในการทำประตูถึง 3 ลูก ใส่ทีมที่มีเกมรับเหนียวแน่นมากในรายการนี้"

"แต่ถ้าคุณมองเกมในอดีตของเรา อย่างวิธีการเล่นที่เราใช้สู้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผมคิดว่าโอกาสของเรายังมีอยู่ในการเข้ารอบ"

"นี่คือแมตช์ที่เราต้องมุ่งมั่นเพื่อที่จะเอาชนะ ซึ่งการล้มทีมอย่าง ยูไนเต็ด มาได้ถึง 2 ครั้งในฤดูกาลนี้ คือสิ่งสำคัญมากของพวกเรา เรารู้ดีว่าการเจอ ยูไนเต็ด มันยากเสมอ เพราะคุณต้องต่อกรกับเหล่านักเตะระดับโลก แต่เราก็คุมเกมพวกเขาไว้ได้และสมควรที่จะได้รับชัยชนะ"

"เรารู้ถึงคุณภาพของทีมเราดี เราก็มีผู้เล่นเวิลด์คลาสอยู่ที่นี่เช่นกัน มองมาที่แนวรุกของเรา มันเต็มไปด้วยความหลากหลายและทุกคนล้วนทำประตูได้"

"นี่คือเรื่องเชิงบวกของพวกเรา และเราจะทำทุกอย่างที่ โมนาโก เพื่อที่จะผ่านเข้ารอบต่อไปให้ได้"


พนันบอลออนไลน์


เส้นทางนักฟุตบอลอาชีพ


ดาวเตะอย่างเมซุต โอซิล เล่นในทีมเยาวชนมาหลายทีมแต่ได้มาอยู่ในทีมที่ดังจริงๆคือสโมสรชาลเก้ 04 ในปี 2005 ทั้งที่อายุเพียง 17 ปี ในตำแหน่งกองกลางตัวสร้างสรรค์เกมโดยที่ซึ่งเจ้าตัวได้ลงมาแทน ลิคอล์น กองกลางของทีมที่ติดโทษแบนคือเกมในเกมลีก้า โพคาล ที่พบกับ เลเวอร์คูเซ่น จากนั้นในปี 2008และเมื่อในช่วงตลาดเปิดมกราคม เมซุต โอซิล ได้ย้ายทีมไปอยู่กับทีมสโมสรแวร์เดอร์เบรเมน ด้วยราคา 4.3 ล้านปอนด์ เซ็นสัญญา 3 ปี และ ยังคงโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมโดยเฉพาะอย่างยิ่งซึ่งฟอร์มของเขาในศึกฟุตบอลโลก 2010 นั้นเข้าตาทุกสำนัก ท้ายที่สุดเขาก็ได้ย้ายไปสวมชุดขาวจากการดึงตัวของ โชเซ่ มูรินโญ่ ยอดกุนซือชาวโปรตุเกส

เมซุต โอซิล ได้ถูกเรียกมาติดทีมชาติชุดอายุต่ำกว่ายู17 ปี ตั้งแต่ปี 2006 จากนั้นในปีต่อมา ก็ก้าวกระโดดขึ้นไปติดทีมชาติชุดอายุต่ำกว่ายู21 ปี จนปี 2009 ได้ถูกเรียกตัวไปติดทีมชาติชุดใหญ่ในที่สุดในเดือนกุมภาพันธ์ในช่วงต่อมาในช่วงปิดฤูกาลปีเดียวกันเขาก็เป็นคีย์แมนพาทีมชาติเยอรมันนีชุดอายุต่ำกว่า 21 ปีเป็นจ้าวยุโรปด้วยการพิชิตอังกฤษไปด้วยสกอร์4-0 อย่างเด็ดขาด ขณะที่ฟอร์มการเล่นของเขากัราชันชุดขาว ก็ทำได้อย่างเนียนตาเล่นเข้ากับเหล่าสตาร์ระดับโลกกันได้อย่างลงตัวและด้วยทักษะการเลี้ยงบอลพร้อมความเร็ว อีกทั้งยังมีการจ่ายบอลที่เฉียบคมทะลุแผงหลังได้อย่างเด็ดขาด


และในศึกการแข่งขันฟุตบอลโลก 2010 เมซุต โอซิล ได้กลายเป็นกำลังสำคัญของทีมชาติเยอรมันได้ลงแทนที่ของ มิชาเอล บัลลัค ที่ได้รับบาดเจ็บ โดยกองกลางหน้าแขกโอซิลได้โชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอด ทำเกมได้อย่างเฉียบคมด้วยความเร็วของเขา และ ทักษะในการจ่ายบอลที่ร้ายกาจ พนันบอลออนไลน์

เพียงชั่วข้ามคืนหลังทำผลงานได้อย่างโดดเด่นกับทีมชาติโดยที่เมซุต โอซิล ก็กลายเป็นนักเตะที่มีผู้กล่าวถึงมากสุดในเยอรมันนีก็ได้คาดหมายกันไปต่างๆนานาว่าเขาอาจข่วยให้ประเทศแห่งนี้กลับมาประสบความสำเร็จ กันอีกครั้ง

ในซีซั่น 2011-12 เมซุต โอซิล ได้รับมอบหมายให้สวมเสื้อหมายเลขที่10 และกลายเป็นตัวเลือกอันดับแรกของ มูรินโญ่ ในตำแหน่งกลางรุกเพราะว่าหลังจากที่ กาก้า เจอปัญหาอาการบาดเจ็บเล่นงาน และฟอร์มตกและหลังจากนั้นวันที่ 14 สิงหาคม 2011 ดาวเตะเมืองเบียร์ ก็ทำประตูสำคัญในเกมกับบาร์เซโลน่าและซึ่งนับเป็นประตูแรกของเขาที่เจาะตาข่ายบาร์ซ่าได้ด้วย เมื่อฤดูกาลอันยาวนานจบลงและดาวเตะเยอรมันคนนี้เมซุต โอซิล ช่วยให้ต้นสังกัดคว้าแชมป์ลา ลีก้า ในรอบหลายปีได้สำเร็จยังได้พ่วงด้วยรางวัลผ่านบอลให้เพื่อนทำประตูได้มากที่สุดถึง 17 ครั้ง