วันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ประวัติของ ฟรองซิส กอเกอแล็ง

พนันบอลออนไลน์


ประวัติของ ฟรองซิส กอเกอแล็ง




ข้อมูลส่วนตัว


ชื่อจริง ฟรองซิส โกเกอแล็ง


วันเกิด 13 พฤษภาคม ค.ศ. 1991 (อายุ 24 ปี)


เกิดที่ เมือง ลาวาล ประเทศ ฝรั่งเศส


สัญชาติ ฝรั่งเศส


ส่วนสูง 177 ซม.


น้ำหนัก 72 กก.


ตำแหน่ง มิดฟิลด์ และ แบ็กขวา


เท้าที่ถนัด เท้าขวา


ลงเล่น 52 นัด


ยิงประตู 3 ประตู


สโมสรปัจจุบัน อาร์เซนอล


หมายเลขเสื้อ เบอร์ 34


ย้ายมาจาก สโมสร สตาดลาวาลัว


พนันบอลออนไลน์


เส้นทางการค้าแข้ง


ฟรองซิส โกเกอแล็ง เขาได้เกิดและเติบโตมาในเมือง ฮังเกอร์ฟอร์ด รัฐ เบิร์คเซีย และเขาได้เริ่มหัดเล่นฟุตบอลกับสโมสร เร้ดดิ้ง พออายุเขาย่างได้ 15 ปี เขาก็ได้เริ่มเล่นให้กับทีมในท้องถิ่นบ้านเกิดของเขานั่นก็คือทีม คินท์บิวรี่ เรนเจอร์ส และเขาก็ได้โชว์เพาเวอร์ในการยิงประตูของเขา เขาซัดไปทั้งหมด 20 เม็ด จากการลงสนาม 27 แมตช์ และนั่นก็ทำให้เขาถูกดึงตัวให้ไปเล่นกับทีมในบ้านเกิดอย่างทีม ฮังเกอร์ฟอร์ด ทาวน์ เมื่อปี 2008 แต่ฟอร์มเขาก็ไม่ได้โดดเด่นมากนักเมื่อได้กลับมาเล่นในบ้านเกิด เนื่องจากเขาได้ลงเล่นไป 30 นัด แต่เขายิงไปได้เพียง 5 ประตู และหลังจากนั้นต่อมาเขาและครอบครัวก็ได้ย้ายไปอยู่ที่เมือง บอร์นมัธ ทำให้เขาต้องไปเล่นให้กับทีมในสโมสรแถวนั้น พนันบอลออนไลน์ เขาก็ได้ไปเล่นให้กับทีม พลู ทาวน์ และด้วยเหตุนี้ก็ทำให้เขาได้โชว์ความแพรวพราวได้อีกครั้ง ด้วยการที่เขาระเบิดฟอร์มสุดฮ็อตยิงไปทั้งหมด 48 ประตู จากการลงสนาม 42 นัด และทางสโมสร บอร์นมัธ ก็ได้เรียกตัวเขาไปทดสอบศักยภาพในตอนนั้นภายใต้การคุมทีมของ เอ็ดดี้ ฮาวน์ แต่ทว่าฟอร์มของ ออสติน ยังไม่เข้าตาเท่าไหร่จึงถูกปฏิเสธไปในตอนนั้น ต่อมาก็มีอีก 1 สโมสรที่สนใจในตัวเขานั่นก็คือทีมสโมสร สวินดอน ทาวน์ ที่สนใจในตัวเขาและได้เชิญเขาไปทดสอบสมรรถภาพ และออสตินก็ไม่ทำให้ผู้คนทั้งหลายผิดหวัง เพราะในเกมการเล่นที่เขาไปทดสอบฝีเท้าเขาซัดไปคนเดียว 4 ลูก และนั่นก็ทำให้ทีมต้นสังกัดอย่าง สวินดอน ทาวน์ จับเขาเซ็นสัญญาในทันทีแบบไม่ลังเลใจ เมื่อฤดเูกาล 2009 - 2011 ชาร์ลีออสตินได้เปิดตัวกับสโมสร สวินดอนทาวน์ ด้วยการลงเล่นให้กับทีมสำรอง ในนัดที่ทีมพบกับ สวอนซี ซิตี้ และเขาก็ได้ซัดแฮตทริกไปในแม็ตช์นั้น หลังจากจบแมตช์นั้นเขาก็ได้เซ็นสัญญาเป็นนักฟุตบอลอาชีพกับทางทีมต้นสังกัดในทั้นที


ฟรองซิส โกเกอแล็ง เขาได้เกิดและเติบโตมาในเมือง ฮังเกอร์ฟอร์ด รัฐ เบิร์คเซีย และเขาได้เริ่มหัดเล่นฟุตบอลกับสโมสร เร้ดดิ้ง พออายุเขาย่างได้ 15 ปี เขาก็ได้เริ่มเล่นให้กับทีมในท้องถิ่นบ้านเกิดของเขานั่นก็คือทีม คินท์บิวรี่ เรนเจอร์ส และเขาก็ได้โชว์เพาเวอร์ในการยิงประตูของเขา เขาซัดไปทั้งหมด 20 เม็ด จากการลงสนาม 27 แมตช์ และนั่นก็ทำให้เขาถูกดึงตัวให้ไปเล่นกับทีมในบ้านเกิดอย่างทีม ฮังเกอร์ฟอร์ด ทาวน์ เมื่อปี 2008 แต่ฟอร์มเขาก็ไม่ได้โดดเด่นมากนักเมื่อได้กลับมาเล่นในบ้านเกิด เนื่องจากเขาได้ลงเล่นไป 30 นัด แต่เขายิงไปได้เพียง 5 ประตู และหลังจากนั้นต่อมาเขาและครอบครัวก็ได้ย้ายไปอยู่ที่เมือง บอร์นมัธ พนันบอลออนไลน์ ทำให้เขาต้องไปเล่นให้กับทีมในสโมสรแถวนั้น พนันบอลออนไลน์ เขาก็ได้ไปเล่นให้กับทีม พลู ทาวน์ และด้วยเหตุนี้ก็ทำให้เขาได้โชว์ความแพรวพราวได้อีกครั้ง ด้วยการที่เขาระเบิดฟอร์มสุดฮ็อตยิงไปทั้งหมด 48 ประตู จากการลงสนาม 42 นัด และทางสโมสร บอร์นมัธ ก็ได้เรียกตัวเขาไปทดสอบศักยภาพในตอนนั้นภายใต้การคุมทีมของ เอ็ดดี้ ฮาวน์ แต่ทว่าฟอร์มของ ออสติน ยังไม่เข้าตาเท่าไหร่จึงถูกปฏิเสธไปในตอนนั้น ต่อมาก็มีอีก 1 สโมสรที่สนใจในตัวเขานั่นก็คือทีมสโมสร สวินดอน ทาวน์ ที่สนใจในตัวเขาและได้เชิญเขาไปทดสอบสมรรถภาพ และออสตินก็ไม่ทำให้ผู้คนทั้งหลายผิดหวัง เพราะในเกมการเล่นที่เขาไปทดสอบฝีเท้าเขาซัดไปคนเดียว 4 ลูก และนั่นก็ทำให้ทีมต้นสังกัดอย่าง สวินดอน ทาวน์ จับเขาเซ็นสัญญาในทันทีแบบไม่ลังเลใจ เมื่อฤดเูกาล 2009 - 2011 ชาร์ลีออสตินได้เปิดตัวกับสโมสร สวินดอนทาวน์ ด้วยการลงเล่นให้กับทีมสำรอง ในนัดที่ทีมพบกับ สวอนซี ซิตี้ และเขาก็ได้ซัดแฮตทริกไปในแม็ตช์นั้น หลังจากจบแมตช์นั้นเขาก็ได้เซ็นสัญญาเป็นนักฟุตบอลอาชีพกับทางทีมต้นสังกัดในทั้นที


ฟรองซิส โกเกอแล็ง เขาได้เกิดและเติบโตมาในเมือง ฮังเกอร์ฟอร์ด รัฐ เบิร์คเซีย และเขาได้เริ่มหัดเล่นฟุตบอลกับสโมสร เร้ดดิ้ง พออายุเขาย่างได้ 15 ปี เขาก็ได้เริ่มเล่นให้กับทีมในท้องถิ่นบ้านเกิดของเขานั่นก็คือทีม คินท์บิวรี่ เรนเจอร์ส และเขาก็ได้โชว์เพาเวอร์ในการยิงประตูของเขา เขาซัดไปทั้งหมด 20 เม็ด จากการลงสนาม 27 แมตช์ และนั่นก็ทำให้เขาถูกดึงตัวให้ไปเล่นกับทีมในบ้านเกิดอย่างทีม ฮังเกอร์ฟอร์ด ทาวน์ เมื่อปี 2008 แต่ฟอร์มเขาก็ไม่ได้โดดเด่นมากนักเมื่อได้กลับมาเล่นในบ้านเกิด เนื่องจากเขาได้ลงเล่นไป 30 นัด แต่เขายิงไปได้เพียง 5 ประตู และหลังจากนั้นต่อมาเขาและครอบครัวก็ได้ย้ายไปอยู่ที่เมือง บอร์นมัธ ทำให้เขาต้องไปเล่นให้กับทีมในสโมสรแถวนั้น พนันบอลออนไลน์ เขาก็ได้ไปเล่นให้กับทีม พลู ทาวน์ และด้วยเหตุนี้ก็ทำให้เขาได้โชว์ความแพรวพราวได้อีกครั้ง พนันบอลออนไลน์ ด้วยการที่เขาระเบิดฟอร์มสุดฮ็อตยิงไปทั้งหมด 48 ประตู จากการลงสนาม 42 นัด และทางสโมสร บอร์นมัธ ก็ได้เรียกตัวเขาไปทดสอบศักยภาพในตอนนั้นภายใต้การคุมทีมของ เอ็ดดี้ ฮาวน์ แต่ทว่าฟอร์มของ ออสติน ยังไม่เข้าตาเท่าไหร่จึงถูกปฏิเสธไปในตอนนั้น ต่อมาก็มีอีก 1 สโมสรที่สนใจในตัวเขานั่นก็คือทีมสโมสร สวินดอน ทาวน์ ที่สนใจในตัวเขาและได้เชิญเขาไปทดสอบสมรรถภาพ และออสตินก็ไม่ทำให้ผู้คนทั้งหลายผิดหวัง เพราะในเกมการเล่นที่เขาไปทดสอบฝีเท้าเขาซัดไปคนเดียว 4 ลูก และนั่นก็ทำให้ทีมต้นสังกัดอย่าง สวินดอน ทาวน์ จับเขาเซ็นสัญญาในทันทีแบบไม่ลังเลใจ เมื่อฤดเูกาล 2009 - 2011 ชาร์ลีออสตินได้เปิดตัวกับสโมสร สวินดอนทาวน์ ด้วยการลงเล่นให้กับทีมสำรอง ในนัดที่ทีมพบกับ สวอนซี ซิตี้ และเขาก็ได้ซัดแฮตทริกไปในแม็ตช์นั้น หลังจากจบแมตช์นั้นเขาก็ได้เซ็นสัญญาเป็นนักฟุตบอลอาชีพกับทางทีมต้นสังกัดในทั้นที


ฟรองซิส โกเกอแล็ง เขาได้เกิดและเติบโตมาในเมือง ฮังเกอร์ฟอร์ด รัฐ เบิร์คเซีย และเขาได้เริ่มหัดเล่นฟุตบอลกับสโมสร เร้ดดิ้ง พออายุเขาย่างได้ 15 ปี เขาก็ได้เริ่มเล่นให้กับทีมในท้องถิ่นบ้านเกิดของเขานั่นก็คือทีม คินท์บิวรี่ เรนเจอร์ส และเขาก็ได้โชว์เพาเวอร์ในการยิงประตูของเขา เขาซัดไปทั้งหมด 20 เม็ด จากการลงสนาม 27 แมตช์ และนั่นก็ทำให้เขาถูกดึงตัวให้ไปเล่นกับทีมในบ้านเกิดอย่างทีม ฮังเกอร์ฟอร์ด ทาวน์ เมื่อปี 2008 แต่ฟอร์มเขาก็ไม่ได้โดดเด่นมากนักเมื่อได้กลับมาเล่นในบ้านเกิด เนื่องจากเขาได้ลงเล่นไป 30 นัด แต่เขายิงไปได้เพียง 5 ประตู และหลังจากนั้นต่อมาเขาและครอบครัวก็ได้ย้ายไปอยู่ที่เมือง บอร์นมัธ ทำให้เขาต้องไปเล่นให้กับทีมในสโมสรแถวนั้น พนันบอลออนไลน์ เขาก็ได้ไปเล่นให้กับทีม พลู ทาวน์ และด้วยเหตุนี้ก็ทำให้เขาได้โชว์ความแพรวพราวได้อีกครั้ง ด้วยการที่เขาระเบิดฟอร์มสุดฮ็อตยิงไปทั้งหมด 48 ประตู จากการลงสนาม 42 นัด และทางสโมสร บอร์นมัธ ก็ได้เรียกตัวเขาไปทดสอบศักยภาพในตอนนั้นภายใต้การคุมทีมของ เอ็ดดี้ ฮาวน์ แต่ทว่าฟอร์มของ ออสติน ยังไม่เข้าตาเท่าไหร่จึงถูกปฏิเสธไปในตอนนั้น ต่อมาก็มีอีก 1 สโมสรที่สนใจในตัวเขานั่นก็คือทีมสโมสร สวินดอน ทาวน์ ที่สนใจในตัวเขาและได้เชิญเขาไปทดสอบสมรรถภาพ และออสตินก็ไม่ทำให้ผู้คนทั้งหลายผิดหวัง เพราะในเกมการเล่นที่เขาไปทดสอบฝีเท้าเขาซัดไปคนเดียว 4 ลูก และนั่นก็ทำให้ทีมต้นสังกัดอย่าง สวินดอน ทาวน์ จับเขาเซ็นสัญญาในทันทีแบบไม่ลังเลใจ เมื่อฤดเูกาล 2009 - 2011 ชาร์ลีออสตินได้เปิดตัวกับสโมสร สวินดอนทาวน์ ด้วยการลงเล่นให้กับทีมสำรอง ในนัดที่ทีมพบกับ สวอนซี ซิตี้ และเขาก็ได้ซัดแฮตทริกไปในแม็ตช์นั้น หลังจากจบแมตช์นั้นเขาก็ได้เซ็นสัญญาเป็นนักฟุตบอลอาชีพกับทางทีมต้นสังกัดในทั้นที พนันบอลออนไลน์


ฟรองซิส โกเกอแล็ง เขาได้เกิดและเติบโตมาในเมือง ฮังเกอร์ฟอร์ด รัฐ เบิร์คเซีย และเขาได้เริ่มหัดเล่นฟุตบอลกับสโมสร เร้ดดิ้ง พออายุเขาย่างได้ 15 ปี เขาก็ได้เริ่มเล่นให้กับทีมในท้องถิ่นบ้านเกิดของเขานั่นก็คือทีม คินท์บิวรี่ เรนเจอร์ส และเขาก็ได้โชว์เพาเวอร์ในการยิงประตูของเขา เขาซัดไปทั้งหมด 20 เม็ด จากการลงสนาม 27 แมตช์ และนั่นก็ทำให้เขาถูกดึงตัวให้ไปเล่นกับทีมในบ้านเกิดอย่างทีม ฮังเกอร์ฟอร์ด ทาวน์ เมื่อปี 2008 แต่ฟอร์มเขาก็ไม่ได้โดดเด่นมากนักเมื่อได้กลับมาเล่นในบ้านเกิด เนื่องจากเขาได้ลงเล่นไป 30 นัด แต่เขายิงไปได้เพียง 5 ประตู และหลังจากนั้นต่อมาเขาและครอบครัวก็ได้ย้ายไปอยู่ที่เมือง บอร์นมัธ ทำให้เขาต้องไปเล่นให้กับทีมในสโมสรแถวนั้น พนันบอลออนไลน์ เขาก็ได้ไปเล่นให้กับทีม พลู ทาวน์ และด้วยเหตุนี้ก็ทำให้เขาได้โชว์ความแพรวพราวได้อีกครั้ง ด้วยการที่เขาระเบิดฟอร์มสุดฮ็อตยิงไปทั้งหมด 48 ประตู จากการลงสนาม 42 นัด และทางสโมสร บอร์นมัธ ก็ได้เรียกตัวเขาไปทดสอบศักยภาพในตอนนั้นภายใต้การคุมทีมของ เอ็ดดี้ ฮาวน์ แต่ทว่าฟอร์มของ ออสติน ยังไม่เข้าตาเท่าไหร่จึงถูกปฏิเสธไปในตอนนั้น ต่อมาก็มีอีก 1 สโมสรที่สนใจในตัวเขานั่นก็คือทีมสโมสร สวินดอน ทาวน์ ที่สนใจในตัวเขาและได้เชิญเขาไปทดสอบสมรรถภาพ และออสตินก็ไม่ทำให้ผู้คนทั้งหลายผิดหวัง เพราะในเกมการเล่นที่เขาไปทดสอบฝีเท้าเขาซัดไปคนเดียว 4 ลูก และนั่นก็ทำให้ทีมต้นสังกัดอย่าง สวินดอน ทาวน์ จับเขาเซ็นสัญญาในทันทีแบบไม่ลังเลใจ เมื่อฤดเูกาล 2009 - 2011 ชาร์ลีออสตินได้เปิดตัวกับสโมสร สวินดอนทาวน์ ด้วยการลงเล่นให้กับทีมสำรอง ในนัดที่ทีมพบกับ สวอนซี ซิตี้ และเขาก็ได้ซัดแฮตทริกไปในแม็ตช์นั้น หลังจากจบแมตช์นั้นเขาก็ได้เซ็นสัญญาเป็นนักฟุตบอลอาชีพกับทางทีมต้นสังกัดในทั้นที


















พนันบอลออนไลน์

วันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ประวัติของ แอชลี่ย์ ยัง

พนันบอลออนไลน์


ประวัติของ แอชลี่ย์ ยัง 




ข้อมูลส่วนตัว


ชื่อจริง แอชลี่ย์ ไซม่อน ยัง


วันเกิด 9 กรกฏาคม ค.ศ. 1985 (อายุ 30 ปี)


เกิดที่ เมือง สตีฟเนจ ฮาร์ท ประเทศ อังกฤษ


สัญชาติ อังกฤษ


ส่วนสูง 176 ซม.


น้ำหนัก 69 กก.


ตำแหน่ง ปีกขวา


เท้าที่ถนัด เท้าขวา


ลงเล่นทั้งหมด 320 นัด


ยิงประตูมาแล้ว 57 ประตู


สโมสรปัจจุบัน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด


ย้ายมาจาก แอสตัน วิลล่า


พนันบอลออนไลน์


ประวัติการค้าแข้ง


แอชลี่ย์ ยัง  สุดยอดนักเตะที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเพอฟอร์แมนส์ เขาเคยเล่นให้กับทีมสโมสร แอสตัน วิลล่า ทำให้ชื่อเสียงของโด่งดังมากในเวลานั้น เขาได้เกิดในเมืองเล็กๆชื่อว่า คินชาซ่า ในปี ค.ศ. 1990 หลังจากนั้นได้ไม่นานพ่อกับแม่ของเขาก็ได้พากันอพยพย้ายมาตั้งหลักปักฐานอยู่ที่เมือง ลีแอจ ในประเทศ เบลเยี่ยม และเขาก็ได้เริ่มหัดเล่นฟุตบอลในหลังจากนั้น ในช่วงที่เขาอยู่กับสโมสร สตรองดาร์ด ลีแอจ และ เกงค์ เบนเตเก้เขาได้เริ่มหัดเล่นฟุตบอลกับทีมเยาวชนของสโมสร เจเอส ปีแอรร์รูส หลังจากเล่นได้ไม่นานเขาก็ได้ย้ายไปร่วมกับทีม เกงค์ และได้มีโอกาศลงเล่นในระดับโปรเฟรซเชอร์นอล และเขาก็ได้บินกลับมาเล่นให้กัยทีมลีแอจอีกครั้งเมื่อเดือน มกราคม ค.ศ. 2009 ในเวลาต่อมาเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ค.ศ. 2009 เขาก็ได้ถูกปล่อยให้ออกไปหาเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ด้วยการปล่อยยืมตัวห้กับสโมสร เควี คอร์ทไรจค์ เอาไปใช้งานทั้งซีซั่นและในฤดูกาลต่อมาเขาก็ภูกปล่อยยืมตัวไปอีกให้กับทีม เมเคเลน โดยในครั้งดีอยู่ในดีลของ อลอยส์ นอง จากการที่เขาได้ย้ายจาก เอเคเลน ไปยังสโมสร สตรองดาร์ด ลีแอจ และเมื่อในซีซั่นที่ 2011 เขาได้ได้ตีตั๋วกลับไปที่สโมสร เกงค์ อีกครั้ง แต่การกลับมาครั้งนี้เขาไม่ได้กลับมาตัวเปล่า แต่เขากลับมาพร้อมกับฟอร์มที่สุดฮ็อตด้วยการยิงไป 19 ประตู จากการลงสนามทั้งหมด 37 นัด ในฤดูกาลนั้น พนันบอลออนไลน์


เมื่อฤดูกาลที่ 2013 เขาได้มีโอกาศได้มาโลดแล่นในศึกลูกหนังในเกาะอังกฤษ เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ค.ศ. 2012 เบเตเก้ เขาได้ตัดสินใจเว็นสัญญาเป็นระยะเวลา 4 ปี กับสโมสรดังใน พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ นั่นก็คือทีมสโมสร แอสตัน วิลล่า ด้วยค่าตัวอยู่ที่ประมาณ 7 ล้านปอนด์ (ราว 171 ล้านบาท) และเขาก็ได้บอกผ่านสื่อว่าการที่เขาได้ย้ายมาเล่นในพรีเมียร์ลีกถือว่าเป็นความฝันของเขามาตลอด และตอนนี้ก็เหมือนว่าฝันของเขาได้กลายเป็นความจริงแล้ว และก็ต้องขอขอบคุณไปถึงผู้จัดการทีมของสโมสร เกงค์ ที่ทำให้มีการดีลครั้งนี้เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 15 กันยายน ค.ศ. 2012 พนันบอลออนไลน์ เบนเตเก้เขาได้เปิดซิงประตูแรกของเขาเองให้กับทีมต้นสังกัดได้ ในนัดที่ทีม แอสตัน วิลล่า สามารถเอาชนะสโมสร สวอนซี ซิตี้ ไปด้วยสกอร์ที่สวยหรู 2 - 0 โดยในนัดนั้นเขาได้ถูกส่งลงไปในฐานะตัวสำรองแทนที่ของทางด้าน อันเดรส ไวมันน์ โดยประตูนี้เกิดจากการโหม่งสกัดบอลผิดพลาดของทาง แอชลี่ย์ วิลเลียมส์ และทำให้เบนเตเก้ใช้เท้ากระดกบอลข้ามศรีษะของผู้รักษาประตูส่งบอลไปนอนอยู่ในก้นตาข่ายอย่างสวยงาม ในลูกยิงนี้ผู้จัดการทีมของ แอสตัน วิลล่า พอล แลมเบิร์ต ได้ออกมาชมว่าประตูนี้เขาทำไปได้ยังไง เมื่อฤดูกาลที่ 2013 - 2014 นั่นคือซีซั่นที่เบเตเก้ฟอร์มพีคแบบสุดๆ จากการที่เขาซัลโวลไปถึง 23 ประตูในฤดูกาลที่ 2012 - 2013 ทำให้เขาได้ตกเป็นข่าวกับทีมยักษ์ใหญ่หลายๆทีมในยุโรป



เมื่อฤดูกาลที่ 2012 เขาได้มีโอกาศได้มาโลดแล่นในศึกลูกหนังในเกาะอังกฤษ เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ค.ศ. 2012 เบเตเก้ เขาได้ตัดสินใจเว็นสัญญาเป็นระยะเวลา 4 ปี กับสโมสรดังใน พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ นั่นก็คือทีมสโมสร แอสตัน วิลล่า ด้วยค่าตัวอยู่ที่ประมาณ 7 ล้านปอนด์ (ราว 171 ล้านบาท) และเขาก็ได้บอกผ่านสื่อว่าการที่เขาได้ย้ายมาเล่นในพรีเมียร์ลีกถือว่าเป็นความฝันของเขามาตลอด และตอนนี้ก็เหมือนว่าฝันของเขาได้กลายเป็นความจริงแล้ว และก็ต้องขอขอบคุณไปถึงผู้จัดการทีมของสโมสร เกงค์ ที่ทำให้มีการดีลครั้งนี้เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 15 กันยายน ค.ศ. 2012 เบนเตเก้เขาได้เปิดซิงประตูแรกของเขาเองให้กับทีมต้นสังกัดได้ ในนัดที่ทีม แอสตัน วิลล่า สามารถเอาชนะสโมสร สวอนซี ซิตี้ ไปด้วยสกอร์ที่สวยหรู 2 - 0 โดยในนัดนั้นเขาได้ถูกส่งลงไปในฐานะตัวสำรองแทนที่ของทางด้าน อันเดรส ไวมันน์ พนันบอลออนไลน์ โดยประตูนี้เกิดจากการโหม่งสกัดบอลผิดพลาดของทาง แอชลี่ย์ วิลเลียมส์ และทำให้เบนเตเก้ใช้เท้ากระดกบอลข้ามศรีษะของผู้รักษาประตูส่งบอลไปนอนอยู่ในก้นตาข่ายอย่างสวยงาม ในลูกยิงนี้ผู้จัดการทีมของ แอสตัน วิลล่า พอล แลมเบิร์ต ได้ออกมาชมว่าประตูนี้เขาทำไปได้ยังไง เมื่อฤดูกาลที่ 2013 - 2014 นั่นคือซีซั่นที่เบเตเก้ฟอร์มพีคแบบสุดๆ จากการที่เขาซัลโวลไปถึง 23 ประตูในฤดูกาลที่ 2012 - 2013 ทำให้เขาได้ตกเป็นข่าวกับทีมยักษ์ใหญ่หลายๆทีมในยุโรป


แอชลี่ย์ ยัง สุดยอดนักเตะที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเพอฟอร์แมนส์ เขาเคยเล่นให้กับทีมสโมสร แอสตัน วิลล่า ทำให้ชื่อเสียงของโด่งดังมากในเวลานั้น เขาได้เกิดในเมืองเล็กๆชื่อว่า คินชาซ่า ในปี ค.ศ. 1990 หลังจากนั้นได้ไม่นานพ่อกับแม่ของเขาก็ได้พากันอพยพย้ายมาตั้งหลักปักฐานอยู่ที่เมือง ลีแอจ ในประเทศ เบลเยี่ยม และเขาก็ได้เริ่มหัดเล่นฟุตบอลในหลังจากนั้น ในช่วงที่เขาอยู่กับสโมสร สตรองดาร์ด ลีแอจ และ เกงค์ เบนเตเก้เขาได้เริ่มหัดเล่นฟุตบอลกับทีมเยาวชนของสโมสร เจเอส ปีแอรร์รูส หลังจากเล่นได้ไม่นานเขาก็ได้ย้ายไปร่วมกับทีม เกงค์ และได้มีโอกาศลงเล่นในระดับโปรเฟรซเชอร์นอล และเขาก็ได้บินกลับมาเล่นให้กัยทีมลีแอจอีกครั้งเมื่อเดือน มกราคม ค.ศ. 2009 ในเวลาต่อมาเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ค.ศ. 2009 เขาก็ได้ถูกปล่อยให้ออกไปหาเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ด้วยการปล่อยยืมตัวห้กับสโมสร เควี คอร์ทไรจค์ เอาไปใช้งานทั้งซีซั่นและในฤดูกาลต่อมาเขาก็ภูกปล่อยยืมตัวไปอีกให้กับทีม เมเคเลน โดยในครั้งดีอยู่ในดีลของ อลอยส์ นอง จากการที่เขาได้ย้ายจาก เอเคเลน ไปยังสโมสร สตรองดาร์ด ลีแอจ และเมื่อในซีซั่นที่ 2011 เขาได้ได้ตีตั๋วกลับไปที่สโมสร เกงค์ อีกครั้ง แต่การกลับมาครั้งนี้เขาไม่ได้กลับมาตัวเปล่า แต่เขากลับมาพร้อมกับฟอร์มที่สุดฮ็อตด้วยการยิงไป 19 ประตู จากการลงสนามทั้งหมด 37 นัด ในฤดูกาลนั้น เมื่อฤดูกาลที่ 2013 พนันบอลออนไลน์



เขาได้มีโอกาศได้มาโลดแล่นในศึกลูกหนังในเกาะอังกฤษ เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ค.ศ. 2012 เบเตเก้ เขาได้ตัดสินใจเว็นสัญญาเป็นระยะเวลา 4 ปี กับสโมสรดังใน พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ นั่นก็คือทีมสโมสร แอสตัน วิลล่า ด้วยค่าตัวอยู่ที่ประมาณ 7 ล้านปอนด์ (ราว 171 ล้านบาท) และเขาก็ได้บอกผ่านสื่อว่าการที่เขาได้ย้ายมาเล่นในพรีเมียร์ลีกถือว่าเป็นความฝันของเขามาตลอด และตอนนี้ก็เหมือนว่าฝันของเขาได้กลายเป็นความจริงแล้ว และก็ต้องขอขอบคุณไปถึงผู้จัดการทีมของสโมสร เกงค์ ที่ทำให้มีการดีลครั้งนี้เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 15 กันยายน ค.ศ. 2012 เบนเตเก้เขาได้เปิดซิงประตูแรกของเขาเองให้กับทีมต้นสังกัดได้ ในนัดที่ทีม แอสตัน วิลล่า สามารถเอาชนะสโมสร สวอนซี ซิตี้ ไปด้วยสกอร์ที่สวยหรู 2 - 0 โดยในนัดนั้นเขาได้ถูกส่งลงไปในฐานะตัวสำรองแทนที่ของทางด้าน อันเดรส ไวมันน์ พนันบอลออนไลน์ โดยประตูนี้เกิดจากการโหม่งสกัดบอลผิดพลาดของทาง แอชลี่ย์ วิลเลียมส์ และทำให้เบนเตเก้ใช้เท้ากระดกบอลข้ามศรีษะของผู้รักษาประตูส่งบอลไปนอนอยู่ในก้นตาข่ายอย่างสวยงาม ในลูกยิงนี้ผู้จัดการทีมของ แอสตัน วิลล่า พอล แลมเบิร์ต ได้ออกมาชมว่าประตูนี้เขาทำไปได้ยังไง เมื่อฤดูกาลที่ 2013 - 2014 นั่นคือซีซั่นที่เบเตเก้ฟอร์มพีคแบบสุดๆ จากการที่เขาซัลโวลไปถึง 23 ประตูในฤดูกาลที่ 2012 - 2013 ทำให้เขาได้ตกเป็นข่าวกับทีมยักษ์ใหญ่หลายๆทีม


















พนันบอลออนไลน์

วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ประวัติของ อัลวาโร่ โมราต้า

พนันบอลออนไลน์


ประวัติของ อัลวาโร่ โมราต้า





ข้อมูลส่วนตัว 


ชื่อเต็ม อัลวาโร่ โมราต้า


วันเกิด 23 ตุลาคม ค.ศ. 1992  (อายุ 22 ปี)


สถานที่เเกิด เมือง มาดริด ประเทศ สเปน


สัญชาติ สเปน


ส่วนสูง 187 ซม.


น้ำหนัก 82 กก.


ลงเล่น 95 นัด


ยิงประตู 60 ประตู


ตำแหน่ง กองหน้า


เท้าที่ถนัด เท้าซ้าย


สโมสรปัจจุบัน ทีม ยูเวนตุส


หมายเลขเสื้อ เบอร์ 9


ย้ายมาจากสโมสร เรอัล มาดริด


พนันบอลออนไลน์


ประวัติการค้าแข้ง


อัลวาโร่ โมราต้า เขาคือหนึ่งในนักฟุตบอลที่มีทั้งพรสวรรค์มาพร้อมกับพรแสวง เขาเป็นลูกครึ่งกาน่าซึ่งพ่อของเขาเป็นคนกาน่า ส่วนแม่ของเขานั้นเป็นสาวชาวดัตช์ เดอปาย เขาได้เกิดในเมือง มอร์เดช ประเทศ ฮอลแลนด์ หรือ เนอเธอร์แลนด์ นั่นเองเขาเริ่มเล่นฟุตบอลกับทีมสโมสรในระแวกบ้านเกิดเขานั่นก็คือทีม มอร์เดช เอฟซี เมื่อปี 2000 - 2003 ก่อนที่เขาจะได้ไปเข้าอคาเดมี่ของทีม สปาร์ต้า ร็อตเตอร์ดัม ในปี 2003 ในตอนนั้นเขามีอายุได้ 9 ขวบ เขาใช้เวลาประมาน 3 ซีซั่น กับทีมเยาวชนของทีม สปาร์ต้า ร็อตเตอร์ดัม ก่อนที่เขาจะถูกทีมดังแห่งลีกดัตข์ อย่างสโมสร พีเอสวี ไอด์โฮเฟ่น ได้พาเจ้าหนูน้อยมหัศจรรย์คนนี้เข้าสู่ทีมไปสานต่ออนาคตเมื่อปี 2006 ในช่วงที่เขาอยู่กับทางด้านต้นสโมสร เขาได้อยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับทีมมานานตั้งแต่ปี 20011 จนถึงในปัจจุบันนี้ ในซีซั่นนั้นเขาได้ขึ้นไปทดสอบกับทีมชุดใหญ่ของสโมสร พีเอสวี ในขณะที่เขาได้ลงเล่นให้กับทีม ยอง พีเอสวี อยู่ในตอนนั้น พนันบอลออนไลน์ และเขาก็ได้โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม พนันบอลออนไลน์ หลังจากนั้นเขาก็ได้ถูกดันให้ขึ้นไปเล่นในทีมชุดใหญ่ เข้าสู่ถิ่น ฟิลิปส์ สตาดิโอน ในที่สุด นัดแรกอย่างเป็นทางการของ เมมฟิส เดอปาย กับทีมชุดใหญ่นั้นก็คือเมื่อวันที่ 21 กันยายน ค.ศ. 2011 โดยเขาได้ลงเล่นในรายการบอลถ้วยและในนัดนั้น เดอปาย ได้เหมาคนเดียว 2 ประตู และทำให้ทีมเอาชนะไปได้ เมื่อมาวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2012 การได้ลงสัมผัสบรรยากาศในสนามลีกก็ได้เกิดขึ้น และในเกมนั้นทีมต้องออกไปเยือนสโมสร เฟเยนูร์ด แต่แล้วในแมตช์นั้นก็จบลงด้วยชัยชนะของทีม พีเอสวี ด้วยสกอร์แบบฉิวเฉียด 3 - 2 และนั่นก็เริ่มทำให้เขามีชื่อเสียงมากขึ้น


เขาคือหนึ่งในนักฟุตบอลที่มีทั้งพรสวรรค์มาพร้อมกับพรแสวง เขาเป็นลูกครึ่งกาน่าซึ่งพ่อของเขาเป็นคนกาน่า ส่วนแม่ของเขานั้นเป็นสาวชาวดัตช์ เดอปาย เขาได้เกิดในเมือง มอร์เดช ประเทศ ฮอลแลนด์ หรือ เนอเธอร์แลนด์ นั่นเองเขาเริ่มเล่นฟุตบอลกับทีมสโมสรในระแวกบ้านเกิดเขานั่นก็คือทีม มอร์เดช เอฟซี เมื่อปี 2000 - 2003 ก่อนที่เขาจะได้ไปเข้าอคาเดมี่ของทีม สปาร์ต้า ร็อตเตอร์ดัม ในปี 2003 ในตอนนั้นเขามีอายุได้ 9 ขวบ พนันบอลออนไลน์ เขาใช้เวลาประมาน 3 ซีซั่น กับทีมเยาวชนของทีม สปาร์ต้า ร็อตเตอร์ดัม ก่อนที่เขาจะถูกทีมดังแห่งลีกดัตข์ อย่างสโมสร พีเอสวี ไอด์โฮเฟ่น ได้พาเจ้าหนูน้อยมหัศจรรย์คนนี้เข้าสู่ทีมไปสานต่ออนาคตเมื่อปี 2006 ในช่วงที่เขาอยู่กับทางด้านต้นสโมสร เขาได้อยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับทีมมานานตั้งแต่ปี 20011 จนถึงในปัจจุบันนี้ ในซีซั่นนั้นเขาได้ขึ้นไปทดสอบกับทีมชุดใหญ่ของสโมสร พีเอสวี ในขณะที่เขาได้ลงเล่นให้กับทีม ยอง พีเอสวี อยู่ในตอนนั้น พนันบอลออนไลน์ และเขาก็ได้โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม หลังจากนั้นเขาก็ได้ถูกดันให้ขึ้นไปเล่นในทีมชุดใหญ่ เข้าสู่ถิ่น ฟิลิปส์ สตาดิโอน ในที่สุด นัดแรกอย่างเป็นทางการของ เมมฟิส เดอปาย กับทีมชุดใหญ่นั้นก็คือเมื่อวันที่ 21 กันยายน ค.ศ. 2011 โดยเขาได้ลงเล่นในรายการบอลถ้วยและในนัดนั้น เดอปาย ได้เหมาคนเดียว 2 ประตู และทำให้ทีมเอาชนะไปได้ เมื่อมาวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2012 การได้ลงสัมผัสบรรยากาศในสนามลีกก็ได้เกิดขึ้น และในเกมนั้นทีมต้องออกไปเยือนสโมสร เฟเยนูร์ด แต่แล้วในแมตช์นั้นก็จบลงด้วยชัยชนะของทีม พีเอสวี ด้วยสกอร์แบบฉิวเฉียด 3 - 2 และนั่นก็เริ่มทำให้เขามีชื่อเสียงมากขึ้น


อัลวาโร่ โมราต้า  เขาคือหนึ่งในนักฟุตบอลที่มีทั้งพรสวรรค์มาพร้อมกับพรแสวง เขาเป็นลูกครึ่งกาน่าซึ่งพ่อของเขาเป็นคนกาน่า ส่วนแม่ของเขานั้นเป็นสาวชาวดัตช์ เดอปาย เขาได้เกิดในเมือง มอร์เดช ประเทศ ฮอลแลนด์ หรือ เนอเธอร์แลนด์ นั่นเองเขาเริ่มเล่นฟุตบอลกับทีมสโมสรในระแวกบ้านเกิดเขานั่นก็คือทีม มอร์เดช เอฟซี เมื่อปี 2000 - 2003 ก่อนที่เขาจะได้ไปเข้าอคาเดมี่ของทีม สปาร์ต้า ร็อตเตอร์ดัม ในปี 2003 ในตอนนั้นเขามีอายุได้ 9 ขวบ เขาใช้เวลาประมาน 3 ซีซั่น กับทีมเยาวชนของทีม สปาร์ต้า ร็อตเตอร์ดัม ก่อนที่เขาจะถูกทีมดังแห่งลีกดัตข์ อย่างสโมสร พีเอสวี ไอด์โฮเฟ่น ได้พาเจ้าหนูน้อยมหัศจรรย์คนนี้เข้าสู่ทีมไปสานต่ออนาคตเมื่อปี 2006 พนันบอลออนไลน์ ในช่วงที่เขาอยู่กับทางด้านต้นสโมสร เขาได้อยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับทีมมานานตั้งแต่ปี 20011 จนถึงในปัจจุบันนี้ ในซีซั่นนั้นเขาได้ขึ้นไปทดสอบกับทีมชุดใหญ่ของสโมสร พีเอสวี ในขณะที่เขาได้ลงเล่นให้กับทีม ยอง พีเอสวี อยู่ในตอนนั้น และเขาก็ได้โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม หลังจากนั้นเขาก็ได้ถูกดันให้ขึ้นไปเล่นในทีมชุดใหญ่ เข้าสู่ถิ่น ฟิลิปส์ สตาดิโอน ในที่สุด นัดแรกอย่างเป็นทางการของ เมมฟิส เดอปาย กับทีมชุดใหญ่นั้นก็คือเมื่อวันที่ 21 กันยายน ค.ศ. 2011 โดยเขาได้ลงเล่นในรายการบอลถ้วยและในนัดนั้น เดอปาย ได้เหมาคนเดียว 2 ประตู และทำให้ทีมเอาชนะไปได้ เมื่อมาวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2012 การได้ลงสัมผัสบรรยากาศในสนามลีกก็ได้เกิดขึ้น และในเกมนั้นทีมต้องออกไปเยือนสโมสร เฟเยนูร์ด แต่แล้วในแมตช์นั้นก็จบลงด้วยชัยชนะของทีม พีเอสวี ด้วยสกอร์แบบฉิวเฉียด 3 - 2 และนั่นก็เริ่มทำให้เขามีชื่อเสียงมากขึ้น


อัลวาโร่ โมราต้า  เขาคือหนึ่งในนักฟุตบอลที่มีทั้งพรสวรรค์มาพร้อมกับพรแสวง เขาเป็นลูกครึ่งกาน่าซึ่งพ่อของเขาเป็นคนกาน่า ส่วนแม่ของเขานั้นเป็นสาวชาวดัตช์ เดอปาย เขาได้เกิดในเมือง มอร์เดช ประเทศ ฮอลแลนด์ หรือ เนอเธอร์แลนด์ นั่นเองเขาเริ่มเล่นฟุตบอลกับทีมสโมสรในระแวกบ้านเกิดเขานั่นก็คือทีม มอร์เดช เอฟซี เมื่อปี 2000 - 2003 ก่อนที่เขาจะได้ไปเข้าอคาเดมี่ของทีม สปาร์ต้า ร็อตเตอร์ดัม ในปี 2003 ในตอนนั้นเขามีอายุได้ 9 ขวบ เขาใช้เวลาประมาน 3 ซีซั่น กับทีมเยาวชนของทีม สปาร์ต้า ร็อตเตอร์ดัม ก่อนที่เขาจะถูกทีมดังแห่งลีกดัตข์ อย่างสโมสร พีเอสวี ไอด์โฮเฟ่น ได้พาเจ้าหนูน้อยมหัศจรรย์คนนี้เข้าสู่ทีมไปสานต่ออนาคตเมื่อปี 2006 ในช่วงที่เขาอยู่กับทางด้านต้นสโมสร เขาได้อยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับทีมมานานตั้งแต่ปี 20011 จนถึงในปัจจุบันนี้ ในซีซั่นนั้นเขาได้ขึ้นไปทดสอบกับทีมชุดใหญ่ของสโมสร พีเอสวี ในขณะที่เขาได้ลงเล่นให้กับทีม ยอง พีเอสวี อยู่ในตอนนั้น พนันบอลออนไลน์ และเขาก็ได้โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม หลังจากนั้นเขาก็ได้ถูกดันให้ขึ้นไปเล่นในทีมชุดใหญ่ เข้าสู่ถิ่น ฟิลิปส์ สตาดิโอน ในที่สุด นัดแรกอย่างเป็นทางการของ เมมฟิส เดอปาย กับทีมชุดใหญ่นั้นก็คือเมื่อวันที่ 21 กันยายน ค.ศ. 2011 โดยเขาได้ลงเล่นในรายการบอลถ้วยและในนัดนั้น เดอปาย ได้เหมาคนเดียว 2 ประตู และทำให้ทีมเอาชนะไปได้ เมื่อมาวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2012 การได้ลงสัมผัสบรรยากาศในสนามลีกก็ได้เกิดขึ้น และในเกมนั้นทีมต้องออกไปเยือนสโมสร เฟเยนูร์ด แต่แล้วในแมตช์นั้นก็จบลงด้วยชัยชนะของทีม พีเอสวี ด้วยสกอร์แบบฉิวเฉียด 3 - 2 และนั่นก็เริ่มทำให้เขามีชื่อเสียงมากขึ้น
















พนันบอลออนไลน์

วันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ประวัติของ เอสเตบัน กัมบิอัสโซ่

พนันบอลออนไลน์


ประวัติของ เอสเตบัน กัมบิอัสโซ่ 




ข้อมูลส่วนตัว 


ชื่อเต็ม เอสเตบัน กัมบิอัสโซ่


วันเกิด 18 สิงหาคม ค.ศ. 1980 (อายุ 34 ปี)


เกิดที่ เมือง บูโนส - ไอเรส ประเทศ อาร์เจนติน่า


สัญชาติ อาร์เจนติน่า


ส่วนสูง 178 ซม.


น้ำหนัก 75 กก.


ตำแหน่ง กองกลางตัวรับ


สโมสรปัจจุบัน เลสเตอร์ ซิตี้


หมายเลขเสื้อ เบอร์ 19


ย้ายมาจาก สโมสร อินเตอร์ มิลาน


พนันบอลออนไลน์


ประวัติการค้าแข้ง


เอสเตบัน กัมบิอัสโซ่  เขาคือหนึ่งในสุดยอดกองหน้าแห่งศึก ลาลีก้า สเปน แต่ทว่าว่าถ้าจะให้พูดถึงคู่แข่งของเขาล้วนแล้วมีแต่ซุปเปอร์สตาร์ ไม่ว่าจะเป็นทางด้าน คริสเตียโน่ โรนัลโด้ หรือว่าจะเป็น ลิโอเนล เมสซี่ และอาจจะมีสตาร์อื่นๆแทรกเข้ามาอย่าง หลุยส์ ซัวเรส , เนย์ มาร์ , แกเร็ธ เบล แต่มีอยู่ 1 คนที่ในตอนนี้เขาระเบิดฟอร์มได้ดุเดือดมาก ด้วยการพาทีมต้นสังกัดคว้าแชมป์ถ้วยเล็กของยุโรปนั่นก็คือ ยูโรป้า ลีก มาครอบครองไว้ได้สำเร็จในนัดชิงนั้นเขายังเหมาคนเดียวไป 2 ตุง พูดมาซะขนาดนี้แล้วหลายๆคนอาจจะรู้จักกันเป็นอย่างดีนั่นก็คือ คาร์รอส บัคก้า ศุนย์หน้าบ้าพลังเลือดโคลอมเบียนั่นเองครับ เมื่อฤดูกาลที่ 2006 เขาได้เริ่มเล่นฟุตบอลกับทีมสโมสร แอตเลติโก้ จูเนียร์ ทีมเล็กๆในประเทศบ้านเกิดของเขานั่นเอง ซึ่งเขาได้ถูกจับให้เซ็นสัญญาเป็นนักฟุตบอลอาชีพในตอนนั้นเลย พนันบอลออนไลน์ ในตอนนั้นเขาทำงานไปด้วยพร้อมกับเล่นฟุตบอลไปด้วย และงานในตอนนั้นของเขาก็คือการขับรถโดยสาร และเขาก็ได้ทำมันเป็นประจำในช่วงที่เขาออกจากการซ้อมบอลเสร็จ ที่เขาต้องทำทุกอย่างแบบนี้ก็เพราะว่าเขาได้เกิดมาในครอบที่ที่ค่อนข้างลำบากมากๆ หลังจากนั้นเขาก็ได้ย้ายไปเตะให้กับทีม บาร์รันคิลล่า ด้วยสัญญาการยืมตัว การ์รอส บัคก้า เขาได้ถูกยืมตัวมาใช้งานกับสโมสรบาร์รันคิลล่า และเขาก็สามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมกระเทียมดองเลยทีเดียว ด้วยการที่เขาลงสนามไป 27 นัด และสามารถยิงไปได้ถึง 12 ลูก และพอซีซั่นนั้นได้จบลงก็ได้มีทีมจาก เวเนซูเอล่า อย่าง มิเนอร์เว็น เข้ามาติดต่อขอยืมตัวเขาไปใช้งานเป็นเวลา 1 ปี ฤดูกาลที่ 2007 - 2008 บักก้า ได้กลายเป็นขวัญใจของมหาชนแฟนบอลทีม มิเนอร์เว็น เป็นอย่างมากจากการที่เขาสามารถพาทีมจบอันดับ 2 ของตารางได้ ในซีวั่นนั้นเขาซัดไปทั้งหมด 12 ตุง จากการที่เขาได้ลงเล่นไป 29 แมตช์ และเมื่อหมดสัญญาการยืมตัว เขาก็ได้กลับมายังทีมต้นสังกัดอีกครั้ง


เมื่อฤดูกาลที่ 2008 - 2009 เขาได้กลับมาเล่นให้กับทีม บาร์รันคิลล่า อีกครั้งและในซีซั่นนี้เขาได้โชว์ฟอร์มในการล่าตาข่ายได้อย่างแพรวพราวมากเลยทีเดียว และเขาก็ได้รางวัลตอบแทนนั่นก็คือการคว้ารางวัลดาวซัลโวสูงสุดในลีกมาครองได้ ด้วยการที่เขากดไปทั้งหมด 14 ลูก จากการลงสนามเพียง 19 นัด หลังจากนั้นต่อมาที่เขาได้ร่อนเร่พเนจรไปๆมาๆ 2 สโมสร ในฤดูกาลที่ 2009 - 2010 เขาก็ได้กลับมาอยู่กับทีมต้นสังกัดที่แท้จริงของเขานั่นก็คือ แอตเลติก จูเนียร์ โดยการกลับมาครั้งนี้เขาได้กลับมาพร้อมกับฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยม ทำให้ทีมต้นสังกัดได้จับเขาเซ็นสัญญษให้เป็นนักฟุตบอลอาชีพในทันที และสำหรับซีซั่นแรกของการเป็นนักฟุตบอลอาชีพของเขาก็ไดเริ่มขึ้น บักก้า เขาสามรถและเรียนรู้ในการปรับตัวได้อย่างรวดเร็วในการเป็นนักเตะอาชีพ และในฤดูกาลแรกของเขาก็สามารถคว้ารางวัลดาวยิงสูงสุดของลีก โคปา โคลอมเบีย ได้เมื่อปี ค.ศ. 2009 พนันบอลออนไลน์ และในซีซั่นถัดมา บักก้า เขาก็ได้กลายเป็นดาวยิงสูงสุดของลีก โคลอมเบีย ยังไม่พอแค่เท่านั้นเมื่อปี ค.ศ. 2011 บักก้า ก็ได้สร้างสถิติของตัวเองอีกครั้งด้วยการคว้ารางซํลโวของลีกเป็นครั้งที่ 2 ของเจ้าตัวเอง และได้พาทีม แอตเลติโก้ จูเนียร์ จบอันดับที่ 6 และ 7 ตามลำดับข้างต้น จากการยิงประตูอย่างบ้าคลั่งของเขาทำให้ชื่อเสียงของเขาดังไปทั่วประเทศ โคลอมเบีย และยังดังต่อไปจนถึงฝั่งยุโรปอีกด้วย แต่ในช่วงนั้นก็เป็นเพียงสโมสรเล็กๆอย่างทีม โลโคโมทีฟ มอสโก และทีม คิเอโว่ เพียง 2 ทีมเท่านั้นที่คอยตามดูฟอร์มการเล่นของเขา เพื่อหวังที่จะคว้าตัวของเขาไปร่วมทีม แต่สุดท้ายแล้วก็เป็นทีม โคโลโมทีฟ มอสโก ก็ได้เปลี่ยนเป้าไปเซ็นสัญญากับกองหน้าอย่าง เฟลิเป้ ไซเซโด้ และในตอนนั้นบักก้า เขาก็ได้มองหาทีมใหม่ๆต่อไปเรื่อยๆ และในตอนที่เขาลงเล่นให้กับทีม แอตเลติโก้ จูเนียร์ เขามีสถิติลงสนามไป 130 นัด และซัดไปอีก 73 ประตู


เอสเตบัน กัมบิอัสโซ่ เขาคือหนึ่งในสุดยอดกองหน้าแห่งศึก ลาลีก้า สเปน แต่ทว่าว่าถ้าจะให้พูดถึงคู่แข่งของเขาล้วนแล้วมีแต่ซุปเปอร์สตาร์ ไม่ว่าจะเป็นทางด้าน คริสเตียโน่ โรนัลโด้ หรือว่าจะเป็น ลิโอเนล เมสซี่ และอาจจะมีสตาร์อื่นๆแทรกเข้ามาอย่าง หลุยส์ ซัวเรส , เนย์ มาร์ , แกเร็ธ เบล แต่มีอยู่ 1 คนที่ในตอนนี้เขาระเบิดฟอร์มได้ดุเดือดมาก ด้วยการพาทีมต้นสังกัดคว้าแชมป์ถ้วยเล็กของยุโรปนั่นก็คือ ยูโรป้า ลีก มาครอบครองไว้ได้สำเร็จในนัดชิงนั้นเขายังเหมาคนเดียวไป 2 ตุง พูดมาซะขนาดนี้แล้วหลายๆคนอาจจะรู้จักกันเป็นอย่างดีนั่นก็คือ คาร์รอส บัคก้า ศุนย์หน้าบ้าพลังเลือดโคลอมเบียนั่นเองครับ เมื่อฤดูกาลที่ 2006 เขาได้เริ่มเล่นฟุตบอลกับทีมสโมสร แอตเลติโก้ จูเนียร์ พนันบอลออนไลน์ ทีมเล็กๆในประเทศบ้านเกิดของเขานั่นเอง ซึ่งเขาได้ถูกจับให้เซ็นสัญญาเป็นนักฟุตบอลอาชีพในตอนนั้นเลย ในตอนนั้นเขาทำงานไปด้วยพร้อมกับเล่นฟุตบอลไปด้วย และงานในตอนนั้นของเขาก็คือการขับรถโดยสาร และเขาก็ได้ทำมันเป็นประจำในช่วงที่เขาออกจากการซ้อมบอลเสร็จ ที่เขาต้องทำทุกอย่างแบบนี้ก็เพราะว่าเขาได้เกิดมาในครอบที่ที่ค่อนข้างลำบากมากๆ หลังจากนั้นเขาก็ได้ย้ายไปเตะให้กับทีม บาร์รันคิลล่า ด้วยสัญญาการยืมตัว การ์รอส บัคก้า เขาได้ถูกยืมตัวมาใช้งานกับสโมสรบาร์รันคิลล่า และเขาก็สามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมกระเทียมดองเลยทีเดียว ด้วยการที่เขาลงสนามไป 27 นัด และสามารถยิงไปได้ถึง 12 ลูก และพอซีซั่นนั้นได้จบลงก็ได้มีทีมจาก เวเนซูเอล่า อย่าง มิเนอร์เว็น เข้ามาติดต่อขอยืมตัวเขาไปใช้งานเป็นเวลา 1 ปี ฤดูกาลที่ 2007 - 2008 บักก้า ได้กลายเป็นขวัญใจของมหาชนแฟนบอลทีม มิเนอร์เว็น เป็นอย่างมากจากการที่เขาสามารถพาทีมจบอันดับ 2 ของตารางได้ ในซีวั่นนั้นเขาซัดไปทั้งหมด 12 ตุง จากการที่เขาได้ลงเล่นไป 29 แมตช์ และเมื่อหมดสัญญาการยืมตัว เขาก็ได้กลับมายังทีมต้นสังกัดอีกครั้ง


ฤดูกาลที่ 2009 - 2010 เขาก็ได้กลับมาอยู่กับทีมต้นสังกัดที่แท้จริงของเขานั่นก็คือ แอตเลติก จูเนียร์ โดยการกลับมาครั้งนี้เขาได้กลับมาพร้อมกับฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยม ทำให้ทีมต้นสังกัดได้จับเขาเซ็นสัญญษให้เป็นนักฟุตบอลอาชีพในทันที และสำหรับซีซั่นแรกของการเป็นนักฟุตบอลอาชีพของเขาก็ไดเริ่มขึ้น บักก้า เขาสามรถและเรียนรู้ในการปรับตัวได้อย่างรวดเร็วในการเป็นนักเตะอาชีพ และในฤดูกาลแรกของเขาก็สามารถคว้ารางวัลดาวยิงสูงสุดของลีก โคปา โคลอมเบีย ได้เมื่อปี ค.ศ. 2009 พนันบอลออนไลน์ และในซีซั่นถัดมา บักก้า เขาก็ได้กลายเป็นดาวยิงสูงสุดของลีก โคลอมเบีย ยังไม่พอแค่เท่านั้นเมื่อปี ค.ศ. 2011 บักก้า ก็ได้สร้างสถิติของตัวเองอีกครั้งด้วยการคว้ารางซํลโวของลีกเป็นครั้งที่ 2 ของเจ้าตัวเอง และได้พาทีม แอตเลติโก้ จูเนียร์ จบอันดับที่ 6 และ 7 ตามลำดับข้างต้น


จากการยิงประตูอย่างบ้าคลั่งของเขาทำให้ชื่อเสียงของเขาดังไปทั่วประเทศ โคลอมเบีย และยังดังต่อไปจนถึงฝั่งยุโรปอีกด้วย แต่ในช่วงนั้นก็เป็นเพียงสโมสรเล็กๆอย่างทีม โลโคโมทีฟ มอสโก และทีม คิเอโว่ เพียง 2 ทีมเท่านั้นที่คอยตามดูฟอร์มการเล่นของเขา เพื่อหวังที่จะคว้าตัวของเขาไปร่วมทีม แต่สุดท้ายแล้วก็เป็นทีม โคโลโมทีฟ มอสโก ก็ได้เปลี่ยนเป้าไปเซ็นสัญญากับกองหน้าอย่าง เฟลิเป้ ไซเซโด้ และในตอนนั้นบักก้า เขาก็ได้มองหาทีมใหม่ๆต่อไปเรื่อยๆ และในตอนที่เขาลงเล่นให้กับทีม แอตเลติโก้ จูเนียร์ เขามีสถิติลงสนามไป 130 นัด และซัดไปอีก 73 ประตู ซึ่งเขาได้ถูกจับให้เซ็นสัญญาเป็นนักฟุตบอลอาชีพในตอนนั้นเลย ในตอนนั้นเขาทำงานไปด้วยพร้อมกับเล่นฟุตบอลไปด้วย และงานในตอนนั้นของเขาก็คือการขับรถโดยสาร และเขาก็ได้ทำมันเป็นประจำในช่วงที่เขาออกจากการซ้อมบอลเสร็จ ที่เขาต้องทำทุกอย่างแบบนี้ก็เพราะว่าเขาได้เกิดมาในครอบที่ที่ค่อนข้างลำบากมากๆ หลังจากนั้นเขาก็ได้ย้ายไปเตะให้กับทีม บาร์รันคิลล่า ด้วยสัญญาการยืมตัว การ์รอส บัคก้า เขาได้ถูกยืมตัวมาใช้งานกับสโมสรบาร์รันคิลล่า และเขาก็สามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมกระเทียมดองเลยทีเดียว ด้วยการที่เขาลงสนามไป 27 นัด และสามารถยิงไปได้ถึง 12 ลูก และพอซีซั่นนั้นได้จบลงก็ได้มีทีมจาก เวเนซูเอล่า อย่าง มิเนอร์เว็น เข้ามาติดต่อขอยืมตัวเขาไปใช้งานเป็นเวลา 1 ปี ฤดูกาลที่ 2007 - 2008 บักก้า ได้กลายเป็นขวัญใจของมหาชนแฟนบอลทีม มิเนอร์เว็น เป็นอย่างมากจากการที่เขาสามารถพาทีมจบอันดับ 2 ของตารางได้ ในซีวั่นนั้นเขาซัดไปทั้งหมด 12 ตุง จากการที่เขาได้ลงเล่นไป 29 แมตช์ และเมื่อหมดสัญญาการยืมตัว เขาก็ได้กลับมายังทีมต้นสังกัดอีกครั้ง






















พนันบอลออนไลน์

วันอังคารที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ประวัติของ เอดูอาร์โด้ วาร์กาส

พนันบอลออนไลน์


ประวัติของ เอดูอาร์โด้ วาร์กาส




ข้อมูลผู้เล่น


ชื่อจริง เอดูอาร์โด้ เจซูส วาร์กาส โรจาซส์


วันเกิด 20 พฤศจิกายน ค.ศ. 1989 (อายุ 25 ปี)


สถานที่เกิด เมือง ชานดิโอโก้ ประเทศ ชิลี


สัญชาติ ชิลี


ส่วนสูง 175 ซม.


น้ำหนัก 70 กก.


ลงเล่น 107 นัด


ยิงประตู 43 ประตู


เท้าที่ถนัด เท้าขวา


ตำแหน่ง กองหน้า


สโมสรปัจจุบัน นาโปลี


หมายเลขเสื้อ เบอร์ 99


พนันบอลออนไลน์


เส้นทางการค้าแข้ง 


เอดูอาร์โด้ วาร์กาส ห้องเครื่องสำคัญของทีม ยูเวนตุส และทีมชาติ ชิลี เขาได้เติบโตมาในแถบ ฆาน ฆัวกิน ในตัวเมือง ซานดเอโก้ ประเทศ ชิลี และเขาได้เริ่มเล่นฟุตบอลกับสโมสร โคโร่ - โคโร่ ทีมในลีกสูงสุดในประเทศบ้านเกิดของเขาในช่วงฤดูกาล 2005 - 2007 วิดัล เขาได้ก้าวเข้าสู่วงการลูกหนังอาชีพในช่วงเรกแรกของลีก อาเปร์ตูร่า ซีซั่น 2006 และได้พบกับทีมคู่ปรับตลอดกาลกาลอย่างทีม ยูนิเวอร์ซิดาด เด ชิลี โดยเขาถูกส่งลงไปในฐานะตัวสำรองแมนที่ทางด้าน กอนซาโล่ ฟิเอร์โร่ และในนัดนั้นทีมเขาได้เอาชนะไปด้วยสกอร์ 2 - 1 และสามารถคว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จโดยในปีเดียวกัน (เคลาซูร่า 2006) ซึ่งเขาก็ยังเป็นส่วนสำคัญที่สามารถทำให้ทีมคว้าแชมป์มาครองได้ 2 แชมป์ในปีเดียวกันนอกจากนี้ วิดัล เขาก็ยังยิงประตูให้กับทีมต้นสังกัดได้ 3 ลูก ในรายการ โคปา ซูดาเมริกาน่า 2006 ด้วยฟอร์มการเล่นที่โดดเด่นของเขา ก็ทำให้ไปเข้าตาบรรดาทีมยักษ์ใหญ่ต่างๆในลีกยุโรป เมื่อฤดูกาลที่ 2007 - 2011 ดูจากสถานการณ์ที่ผ่านมาแล้วลีก อาเปร์ตูร่า 2007 จะเป็นซีซั่นสุดท้ายของเจ้าตัวกับทีม โคโล - โคโล่ หลังจากที่เขาได้ตัดสินใจเซ็นสัญญษเข้าร่วมทัพกับทีม ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ในช่วงซัมเมอร์ในซีซั่นนั้น เหตุผลที่เขาย้ายไปร่วมทัพด้วยนั่นก็เพราะทีม "ห้างยา" พนันบอลออนไลน์ ได้ติดตามดูฟอร์มของเขามาหลายต่อหลายนัดแล้ว หลังจากจบรายการแข่งขันฟุตบอลโลก ยู - 20 และทำให้ รูดี้ โฟลเลอร์ ผู้อำนวยการของทีมได้ตัดสินใจบินไปถึงชิลี เพื่อที่จะเซ็นสัญญาคว้าตัวกองกลางวัย 20 ปี คนนี้มาร่วมทัพ เขาได้พลาดเกมแรกในการลงสนามด้วยเพราะอาการบาดเจ็บที่บริเวณโคนขาหนีบ แต่ทว่าเขาก็ยังได้รับความไว้วางใจให้อยู่ในทีมชุดแรก และเขาได้ลงสนามกับทีมเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ค.ศ. 2007 ในเกมที่ทีมบุกไปพ่ายให้กับ ฮัมบูร์ก



เอดูอาร์โด้ วาร์กาส ห้องเครื่องสำคัญของทีม ยูเวนตุส และทีมชาติ ชิลี เขาได้เติบโตมาในแถบ ฆาน ฆัวกิน ในตัวเมือง ซานดเอโก้ ประเทศ ชิลี และเขาได้เริ่มเล่นฟุตบอลกับสโมสร โคโร่ - โคโร่ ทีมในลีกสูงสุดในประเทศบ้านเกิดของเขาในช่วงฤดูกาล 2005 - 2007 วิดัล เขาได้ก้าวเข้าสู่วงการลูกหนังอาชีพในช่วงเรกแรกของลีก อาเปร์ตูร่า ซีซั่น 2006 พนันบอลออนไลน์ และได้พบกับทีมคู่ปรับตลอดกาลกาลอย่างทีม ยูนิเวอร์ซิดาด เด ชิลี โดยเขาถูกส่งลงไปในฐานะตัวสำรองแมนที่ทางด้าน กอนซาโล่ ฟิเอร์โร่ และในนัดนั้นทีมเขาได้เอาชนะไปด้วยสกอร์ 2 - 1 และสามารถคว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จโดยในปีเดียวกัน (เคลาซูร่า 2006) ซึ่งเขาก็ยังเป็นส่วนสำคัญที่สามารถทำให้ทีมคว้าแชมป์มาครองได้ 2 แชมป์ในปีเดียวกันนอกจากนี้ วิดัล เขาก็ยังยิงประตูให้กับทีมต้นสังกัดได้ 3 ลูก ในรายการ โคปา ซูดาเมริกาน่า 2006 ด้วยฟอร์มการเล่นที่โดดเด่นของเขา ก็ทำให้ไปเข้าตาบรรดาทีมยักษ์ใหญ่ต่างๆในลีกยุโรป เมื่อฤดูกาลที่ 2007 - 2011 ดูจากสถานการณ์ที่ผ่านมาแล้วลีก อาเปร์ตูร่า 2007 จะเป็นซีซั่นสุดท้ายของเจ้าตัวกับทีม โคโล - โคโล่ หลังจากที่เขาได้ตัดสินใจเซ็นสัญญษเข้าร่วมทัพกับทีม ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ในช่วงซัมเมอร์ในซีซั่นนั้น เหตุผลที่เขาย้ายไปร่วมทัพด้วยนั่นก็เพราะทีม "ห้างยา" ได้ติดตามดูฟอร์มของเขามาหลายต่อหลายนัดแล้ว หลังจากจบรายการแข่งขันฟุตบอลโลก ยู - 20 และทำให้ รูดี้ โฟลเลอร์ ผู้อำนวยการของทีมได้ตัดสินใจบินไปถึงชิลี เพื่อที่จะเซ็นสัญญาคว้าตัวกองกลางวัย 20 ปี คนนี้มาร่วมทัพ เขาได้พลาดเกมแรกในการลงสนามด้วยเพราะอาการบาดเจ็บที่บริเวณโคนขาหนีบ แต่ทว่าเขาก็ยังได้รับความไว้วางใจให้อยู่ในทีมชุดแรก และเขาได้ลงสนามกับทีมเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ค.ศ. 2007 ในเกมที่ทีมบุกไปพ่ายให้กับ ฮัมบูร์ก



เอดูอาร์โด้ วาร์กาส ห้องเครื่องสำคัญของทีม ยูเวนตุส และทีมชาติ ชิลี เขาได้เติบโตมาในแถบ ฆาน ฆัวกิน ในตัวเมือง ซานดเอโก้ ประเทศ ชิลี และเขาได้เริ่มเล่นฟุตบอลกับสโมสร โคโร่ - โคโร่ ทีมในลีกสูงสุดในประเทศบ้านเกิดของเขาในช่วงฤดูกาล 2005 - 2007 วิดัล เขาได้ก้าวเข้าสู่วงการลูกหนังอาชีพในช่วงเรกแรกของลีก อาเปร์ตูร่า ซีซั่น 2006 และได้พบกับทีมคู่ปรับตลอดกาลกาลอย่างทีม ยูนิเวอร์ซิดาด เด ชิลี โดยเขาถูกส่งลงไปในฐานะตัวสำรองแมนที่ทางด้าน กอนซาโล่ ฟิเอร์โร่ และในนัดนั้นทีมเขาได้เอาชนะไปด้วยสกอร์ 2 - 1 พนันบอลออนไลน์ และสามารถคว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จโดยในปีเดียวกัน (เคลาซูร่า 2006) ซึ่งเขาก็ยังเป็นส่วนสำคัญที่สามารถทำให้ทีมคว้าแชมป์มาครองได้ 2 แชมป์ในปีเดียวกันนอกจากนี้ วิดัล เขาก็ยังยิงประตูให้กับทีมต้นสังกัดได้ 3 ลูก ในรายการ โคปา ซูดาเมริกาน่า 2006 ด้วยฟอร์มการเล่นที่โดดเด่นของเขา ก็ทำให้ไปเข้าตาบรรดาทีมยักษ์ใหญ่ต่างๆในลีกยุโรป เมื่อฤดูกาลที่ 2007 - 2011 ดูจากสถานการณ์ที่ผ่านมาแล้วลีก อาเปร์ตูร่า 2007 จะเป็นซีซั่นสุดท้ายของเจ้าตัวกับทีม โคโล - โคโล่ หลังจากที่เขาได้ตัดสินใจเซ็นสัญญษเข้าร่วมทัพกับทีม ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ในช่วงซัมเมอร์ในซีซั่นนั้น เหตุผลที่เขาย้ายไปร่วมทัพด้วยนั่นก็เพราะทีม "ห้างยา" ได้ติดตามดูฟอร์มของเขามาหลายต่อหลายนัดแล้ว หลังจากจบรายการแข่งขันฟุตบอลโลก ยู - 20 และทำให้ รูดี้ โฟลเลอร์ ผู้อำนวยการของทีมได้ตัดสินใจบินไปถึงชิลี เพื่อที่จะเซ็นสัญญาคว้าตัวกองกลางวัย 20 ปี คนนี้มาร่วมทัพ เขาได้พลาดเกมแรกในการลงสนามด้วยเพราะอาการบาดเจ็บที่บริเวณโคนขาหนีบ แต่ทว่าเขาก็ยังได้รับความไว้วางใจให้อยู่ในทีมชุดแรก และเขาได้ลงสนามกับทีมเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ค.ศ. 2007 ในเกมที่ทีมบุกไปพ่ายให้กับ ฮัมบูร์ก




เอดูอาร์โด้ วาร์กาส ห้องเครื่องสำคัญของทีม ยูเวนตุส และทีมชาติ ชิลี เขาได้เติบโตมาในแถบ ฆาน ฆัวกิน ในตัวเมือง ซานดเอโก้ ประเทศ ชิลี และเขาได้เริ่มเล่นฟุตบอลกับสโมสร โคโร่ - โคโร่ ทีมในลีกสูงสุดในประเทศบ้านเกิดของเขาในช่วงฤดูกาล 2005 - 2007 วิดัล เขาได้ก้าวเข้าสู่วงการลูกหนังอาชีพในช่วงเรกแรกของลีก อาเปร์ตูร่า ซีซั่น 2006 และได้พบกับทีมคู่ปรับตลอดกาลกาลอย่างทีม ยูนิเวอร์ซิดาด เด ชิลี โดยเขาถูกส่งลงไปในฐานะตัวสำรองแมนที่ทางด้าน กอนซาโล่ ฟิเอร์โร่ และในนัดนั้นทีมเขาได้เอาชนะไปด้วยสกอร์ 2 - 1 และสามารถคว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จโดยในปีเดียวกัน (เคลาซูร่า 2006) ซึ่งเขาก็ยังเป็นส่วนสำคัญที่สามารถทำให้ทีมคว้าแชมป์มาครองได้ 2 แชมป์ในปีเดียวกันนอกจากนี้ วิดัล เขาก็ยังยิงประตูให้กับทีมต้นสังกัดได้ 3 ลูก ในรายการ โคปา ซูดาเมริกาน่า 2006 ด้วยฟอร์มการเล่นที่โดดเด่นของเขา ก็ทำให้ไปเข้าตาบรรดาทีมยักษ์ใหญ่ต่างๆในลีกยุโรป เมื่อฤดูกาลที่ 2007 - 2011
 พนันบอลออนไลน์ ดูจากสถานการณ์ที่ผ่านมาแล้วลีก อาเปร์ตูร่า 2007 จะเป็นซีซั่นสุดท้ายของเจ้าตัวกับทีม โคโล - โคโล่ หลังจากที่เขาได้ตัดสินใจเซ็นสัญญษเข้าร่วมทัพกับทีม ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ในช่วงซัมเมอร์ในซีซั่นนั้น เหตุผลที่เขาย้ายไปร่วมทัพด้วยนั่นก็เพราะทีม "ห้างยา" ได้ติดตามดูฟอร์มของเขามาหลายต่อหลายนัดแล้ว หลังจากจบรายการแข่งขันฟุตบอลโลก ยู - 20 และทำให้ รูดี้ โฟลเลอร์ ผู้อำนวยการของทีมได้ตัดสินใจบินไปถึงชิลี เพื่อที่จะเซ็นสัญญาคว้าตัวกองกลางวัย 20 ปี คนนี้มาร่วมทัพ เขาได้พลาดเกมแรกในการลงสนามด้วยเพราะอาการบาดเจ็บที่บริเวณโคนขาหนีบ แต่ทว่าเขาก็ยังได้รับความไว้วางใจให้อยู่ในทีมชุดแรก และเขาได้ลงสนามกับทีมเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ค.ศ. 2007 ในเกมที่ทีมบุกไปพ่ายให้กับ ฮัมบูร์ก





















พนันบอลออนไลน์

วันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ประวัติของ โจ โกเมซ

พนันบอลออนไลน์



ประวัติของ โจ โกเมซ




ข้อมูลส่วนตัว


ชื่อเต็ม โจ โกเมซ


วันเกิด 23 พฤษภาคม ค.ศ. 1997 (อายุ 18 ปี)


สถานที่เกิด เมือง แค็ทฟอร์ด ประเทศ อังกฤษ


สัญชาติ อังกฤษ


ส่วนสูง 188 ซม.


น้ำหนัก 77 กก.


เท้าที่ถนัด เท้าขวา


ตำแหน่ง เซ็นเตอร์แบ็ก


สโมสรปัจจุบัน ทีม ลิเวอร์พูล


ลงเล่น 0 นัด


ยิงประตู 0 ประตู


หมายเลขเสื้อ เบอร์ 37


พนันบอลออนไลน์


ประวัติการค้าแข้ง


โจ โกเมซ เขาเป็นนักฟุตบอลเลือดอังกฤษ เขาเคยเล่นให้สโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรุกและเขายังเล่นให้กับทีมชาติ อังกฤษ อีกด้วย และเขายังเคยเล่นให้กับอีกหลายๆทีมใน พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ เช่น ลีดส์ ยูไนเต็ด , สวินดอน ทาวน์ , นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด และ แอสตัน วิลล่า เมื่อฤดูกาลที่ 2002 - 2004 มิลเนอร์เขาได้มีโอกาศลงสนามให้กับทีม"ยูงทอง"เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน ค.ศ. 2002 โดยพบกับทีม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด โดยเขาถูกส่งลงสนามไปในฐานะตัวสำรองแทนที่ทางด้าน เจสัน วิลค็อกซ์ ในช่วงท้ายๆของแมตช์นั้น และนั่นก็ทำให้เขากลายเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดเป็นอันดับที่ 2 ที่ได้ลงเล่นในรายการ พรีเมียร์ ลีก ด้วยวัยเพียง 16 ปี กับอีก 309 วัน และในศึก บ็อกซิ่งเดย์ เขาก็ได้กลายเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุด ที่สามารถยิงได้ในฟุตบอลลีกสูงสุดของเกาะอังกฤษ ในวัย 16 ปี กับอีก 359 วัน และจากประตูนั้นก็ช่วยให้ทีมเอาชนะคู่แข่งอย่าง ซันเดอร์แลนด์ ไปได้ด้วยสกอร์ 2 - 1 พนันบอลออนไลน์ และเขาก็ได้ทำลายสถิติของ เจมส์ วอห์น นักเตะเยาวชนของทางด้านสโมสร เอฟเวอร์ตัน หลังจากที่เขาได้ลงสนามช่วยทีมต้นสังกัดมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เขาได้รับรางวัลจากทางต้นสโมสรด้วยการจับต่อสัญญาออกไปอีก 5 ปี เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2003 และเมื่อเวลาได้ล่วงเลยมาถึงฤดูกาลที่ 2003 - 2004 ทางต้นสังกัดเขาได้ปล่อยตัวมิลเนอร์ให้กับสโมสร สวินดอน ทาวน์ ด้วยสัญญายืมตัว และเขาก็ได้ลงไปเล่นในลีก ทู เพื่อที่จะให้เขาไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในการลงเล่นในฐานะ 11 ผู้เล่นตัวจริงเป็นเวลา 1 เดือน และเขาได้ลงเล่นไปทั้งหมด 6 นัด และสามารถยิงไปได้ 2 ประตู



อย่างไรก็ตามสถานการณ์ของทางด้านทีม ชาร์ลตัน แอธเลติก ไม่ค่อยจะสู้ดีซักเท่าไหร่ซึ่งในตอนนั้นทางทีมยูงทองมีปัญหาเรื่องการเงิน จึงทำให้ทางสโมสรต้องปล่อยนักเตะตัวเก่งๆออกจากทีม เพื่อที่จะหาเงินมาทำทีมต่อไปในภายภาคหน้า และมิลเนอร์เองก็อยู่ในแผนการทำที เพราะเขายังเด็กอยู่และยังเป็นนักเตะปั้นของสโมสร เขาจึงได้มีโอกาศอยู่ช่วยทีมอีกต่อไปได้ แต่ทว่าเขาก็ไม่สามารถช่วยอะไรทีมได้มากมายนัก เมื่อทีมของเขาต้องตกชั้นไปในฤดูกาลดังกล่าว และในตอนนั้นเขาได้รับความสนใจจากทีมต่างๆใน พรีเมียร์ ลีก อย่างเช่น ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ส , แอสตัน วิลล่า และ เอฟเวอร์ตัน แต่เขาก็ได้ปฏิเสธข้อเสนอของทุกทีมที่ยื่นมา เพราะทางสโมสร"ยูงทอง"ได้ออกมาบอกว่าเขาคืออนาคตของลีดส์ พนันบอลออนไลน์ แต่แล้วในที่สุดปัญหาในด้านการเงินของสโมสรก็เริ่มบานปลาย จนทำให้มิลเนอร์ถูกขายไปให้กับทางสโมสร นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัวอยู่ที่ประมาน 3.6 ล้านปอนด์ (ราว 191 ล้านบาท) ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ค่อยแฮปปี้กับการที่สโมสรปล่อยตัวเขาออกมาก็ตาม ซึ่งในวันที่ 14 กรกฏาคม ค.ศ. 2004 เขาได้ตกลงปลงใจเซ็นสัญญากับสโมสร "สาริกาดง" เป็นเวลา 5 ปี เมื่อฤดูกาล 2004 - 2005 ได้เริ่มขึ้น มิลเนอร์ได้โอกาศลงสนามเป็นนัดแรกให้กับทาง นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ในระหว่างการทัวร์ปรีซีซั่น ที่เอเซีย และเขาได้ยิงประตูแรกได้ในนัดที่แข่งกับทีม คิตฉี 1 - 1 และเขาได้ลงสนามเป็นเกมแรกใน พรีเมียร์ ลีก ในนัดที่เจอกับทีม มิดเดิ้ลสโบรซ์ ในวันที่ 18 สิงหาคม ค.ศ. 2004 และเขาก็ได้โชว์ฟอร์มการเล่นในตำแหน่งปีกขวาได้อย่างโดดเด่น แม้ว่าตำแหน่งที่แท้จริงเขาจะเป็นปีกซ้ายก็ตาม ภายหลังต่อมาสถานการณ์ของมิลเนอร์ก็ต้องเปลี่ยนไปอีกครั้ง หลังจากการเข้ามาคุมทีมของผู้จัดการทีมคนใหม่ แกรม ซูเนสส์ ทำให้เขาได้รับโอกาศลงสนามเพียง 13 แมตช์ แต่เขาก็ไม่เคยได้ลงสนามในฐานะตัวจริงซักที



เซ็นเตอร์แบ็กดาวรุ่ง โจ โกเมซ เขาเป็นนักฟุตบอลเลือดอังกฤษ เขาเคยเล่นให้สโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรุกและเขายังเล่นให้กับทีมชาติ อังกฤษ อีกด้วย และเขายังเคยเล่นให้กับอีกหลายๆทีมใน พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ เช่น ลีดส์ ยูไนเต็ด , สวินดอน ทาวน์ , นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด และ แอสตัน วิลล่า เมื่อฤดูกาลที่ 2002 - 2004 มิลเนอร์เขาได้มีโอกาศลงสนามให้กับทีม "ยูงทอง" เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน ค.ศ. 2002 โดยพบกับทีม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด โดยเขาถูกส่งลงสนามไปในฐานะตัวสำรองแทนที่ทางด้าน เจสัน วิลค็อกซ์ ในช่วงท้ายๆของแมตช์นั้น และนั่นก็ทำให้เขากลายเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดเป็นอันดับที่ 2 ที่ได้ลงเล่นในรายการ พรีเมียร์ ลีก ด้วยวัยเพียง 16 ปี กับอีก 309 วัน และในศึก บ็อกซิ่งเดย์ เขาก็ได้กลายเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุด ที่สามารถยิงได้ในฟุตบอลลีกสูงสุดของเกาะอังกฤษ ในวัย 16 ปี กับอีก 359 วัน และจากประตูนั้นก็ช่วยให้ทีมเอาชนะคู่แข่งอย่าง ซันเดอร์แลนด์ ไปได้ด้วยสกอร์ 2 - 1 และเขาก็ได้ทำลายสถิติของ เจมส์ วอห์น นักเตะเยาวชนของทางด้านสโมสร เอฟเวอร์ตัน หลังจากที่เขาได้ลงสนามช่วยทีมต้นสังกัดมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เขาได้รับรางวัลจากทางต้นสโมสรด้วยการจับต่อสัญญาออกไปอีก 5 ปี เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2003 และเมื่อเวลาได้ล่วงเลยมาถึงฤดูกาลที่ 2003 - 2004 ทางต้นสังกัดเขาได้ปล่อยตัวมิลเนอร์ให้กับสโมสร สวินดอน ทาวน์ ด้วยสัญญายืมตัว และเขาก็ได้ลงไปเล่นในลีก ทู เพื่อที่จะให้เขาไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในการลงเล่นในฐานะ 11 ผู้เล่นตัวจริงเป็นเวลา 1 เดือน และเขาได้ลงเล่นไปทั้งหมด 6 นัด และสามารถยิงไปได้ 2 ประตู  พนันบอลออนไลน์




สถานการณ์ของทางด้านทีม ชาร์ลตัน แอธเลติก ไม่ค่อยจะสู้ดีซักเท่าไหร่ซึ่งในตอนนั้นทางทีมยูงทองมีปัญหาเรื่องการเงิน จึงทำให้ทางสโมสรต้องปล่อยนักเตะตัวเก่งๆออกจากทีม เพื่อที่จะหาเงินมาทำทีมต่อไปในภายภาคหน้า และมิลเนอร์เองก็อยู่ในแผนการทำที เพราะเขายังเด็กอยู่และยังเป็นนักเตะปั้นของสโมสร เขาจึงได้มีโอกาศอยู่ช่วยทีมอีกต่อไปได้ แต่ทว่าเขาก็ไม่สามารถช่วยอะไรทีมได้มากมายนัก เมื่อทีมของเขาต้องตกชั้นไปในฤดูกาลดังกล่าว และในตอนนั้นเขาได้รับความสนใจจากทีมต่างๆใน พรีเมียร์ ลีก อย่างเช่น ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ส , แอสตัน วิลล่า และ เอฟเวอร์ตัน แต่เขาก็ได้ปฏิเสธข้อเสนอของทุกทีมที่ยื่นมา เพราะทางสโมสร"ยูงทอง"ได้ออกมาบอกว่าเขาคืออนาคตของลีดส์ แต่แล้วในที่สุดปัญหาในด้านการเงินของสโมสรก็เริ่มบานปลาย จนทำให้มิลเนอร์ถูกขายไปให้กับทางสโมสร นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัวอยู่ที่ประมาน 3.6 ล้านปอนด์ (ราว 191 ล้านบาท) ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ค่อยแฮปปี้กับการที่สโมสรปล่อยตัวเขาออกมาก็ตาม ซึ่งในวันที่ 14 กรกฏาคม ค.ศ. 2004 เขาได้ตกลงปลงใจเซ็นสัญญากับสโมสร "สาริกาดง" เป็นเวลา 5 ปี เมื่อฤดูกาล 2004 - 2005 ได้เริ่มขึ้น มิลเนอร์ได้โอกาศลงสนามเป็นนัดแรกให้กับทาง นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด พนันบอลออนไลน์ ในระหว่างการทัวร์ปรีซีซั่น ที่เอเซีย และเขาได้ยิงประตูแรกได้ในนัดที่แข่งกับทีม คิตฉี 1 - 1 และเขาได้ลงสนามเป็นเกมแรกใน พรีเมียร์ ลีก ในนัดที่เจอกับทีม มิดเดิ้ลสโบรซ์ ในวันที่ 18 สิงหาคม ค.ศ. 2004 และเขาก็ได้โชว์ฟอร์มการเล่นในตำแหน่งปีกขวาได้อย่างโดดเด่น แม้ว่าตำแหน่งที่แท้จริงเขาจะเป็นปีกซ้ายก็ตาม ภายหลังต่อมาสถานการณ์ของมิลเนอร์ก็ต้องเปลี่ยนไปอีกครั้ง หลังจากการเข้ามาคุมทีมของผู้จัดการทีมคนใหม่ แกรม ซูเนสส์ ทำให้เขาได้รับโอกาศลงสนามเพียง 13 แมตช์ แต่เขาก็ไม่เคยได้ลงสนามในฐานะตัวจริงซักที





















พนันบอลออนไลน์

วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ประวัติของ อังเดร เยดลิน

พนันบอลออนไลน์




ประวัติของ อังเดร เยดลิน




ข้อมูลส่วนตัว


ชื่อจริง อังเดร เยดลิน


เกิดวันที่ 9 กรกฏาคม ค.ศ. 1993 (อายุ 22 ปี)


สถานที่เกิด เมือง ซีแอตเติ่ล วอชิงตัน ประเทศ สหรัฐอเมริกา


เชื้อชาติ สหรัฐอเมริกา


ส่วนสูง 173 ซม.


น้ำหนัก 69 กก.


ตำแหน่ง ฟลูแบ็กฝั่งขวา


สโมสรปัจจุบัน ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ส


หมายเลขเสื้อ เบอร์ 31


เส้นทางการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ


อังเดร เยดลิน เขาเป็นนักเตะสัญชาติสหรัฐอเมริกา ในปัจจุบันเขาให้เล่นให้กับสโมสร ซานโฮเซ ในศึกลูกหนัง เมเจอร์ ลีก ซ็อคเกอร์ สหรัฐอเมริกา และทีมชาติ สหรัฐอเมริกา และเขาก็ยังเป็นกองหน้าที่สามารถคว้ารางวัลดาวซัลโวสูงสุดของลีกได้ 2 ซีซั่น นั่นก็คือฤดูกาลที่ 2010 และ 2012 และนี่เองที่ทำให้เขากลายเป็นนักเตะระดับแนวหน้าของ เมเจอร์ ลีก ซ็อคเกอร์ วอนโดลอฟสกี้ เขาเคยลงเล่นให้กับทีมไฮสคูลซ็อคเกอร์ที่ เดอ ลา ซาล ไฮสคูล ของเมือง คอนคอร์ด รัฐแคลิฟอร์เนีย ด้วยผลงานที่เขาสามารถทำได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาล 2000 - 2001 นั่นก็ทำให้เขาได้รับรางวัล "ผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปี" พนันบอลออนไลน์  เมื่อปี ค.ศ. 2011จากการโหวตของสื่อท้องถิ่น หลังจากที่เขาได้เรียนจบจากไฮสคูล เขาก็ได้ย้ายไปเล่นให้กับสโมสร ชิคาโก้ สเตท ยูนิเวอร์ซิตี้ และเขาสามารถพังประตูไปได้ทั้งหมด 39 ลูก จากการลงสนามทั้งหมด 84 แมตช์ และได้พาทีม "ชิคาโก้ร้คส์" เลื่อนชั้นขึ้นสู่ลีกสูงสุดในปี ค.ศ. 2004 จากการที่เขาสามารถถลุงประตูไปคนเดียว 17 ประตู เมื่อฤดูกาลที่ 2005 วอนโดลอฟสกี้ ได้เลือกใส่หมายเลข 41 ในการดราฟท์ของปี 2005 และก็เป็นทางด้านของ ซานโฮเซ เอิร์ธเควกส์ ที่สามารถคว้าตัวเขาไปร่วมทัพได้สำเร็จ ถึงแม้ว่าดาวยิงรายนี้จะสามารถลงเล่นให้กับทีมต้นสังกัดได้เพียงแค่ 2 นัดเท่านั้น แต่ทว่าในทีมชุดสำรองเขาสามารถยิงได้ถึง 8 ประตูจากการลงเล่น 12 นัด เมื่อฤดูกาลที่ 2006 - 2009 เขาได้ตัดสินใจย้ายไปร่วมทัพกับสโมสร ฮุสตัน ไดนาโม เมื่อปี ค.ศ. 2006 และเขาได้ลงสนามให้กับทีมสำรองไป 11 นัด แต่เขาสามารถยิงไปได้ถึง 13 ลูกเลยทีเดียว และประตูแรกในลีกของเขาก็เกิดชึ้น ในนัดที่ทีมต้นสังกัดของเขาได้พบกับชิคาโก้ ไฟเออร์ ในวันที่ 30 สิงหาคม ค.ศ. 2006 โดยเขายิงประตูได้ในนาทีที่ 18 และทำให้ทีมชนะไปในนัดนั้น


เมื่อฤดูกาลที่ 2007 เขาได้ถลุงประตูในรายการ คอนคาเคฟ แชมเปี้ยนส์ คัพ ในรอบรองชนะเลิศ โดยพบกับทีม ปาชูก้า แต่ทีมของเขาก็ต้องออกหักตกรอบไปในที่สุด ภายหลังจากนั้นต่อมาเขาก็สามารถยิงประตูแรกได้ในรายการ ยูเอส โอเพ่น คัพ โดยในเกมนั้นทีมเขาได้เอาชนะ เอฟซี ดัลลัส ไปด้วยสกอร์ 3 - 0 เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม ในปีเดียวกันนั่นเอง ในซีซั่นที่ 2008 เขายังคงได้รับโอกาศในการลงสนามอย่างต่อเนื่อง อยู่ในทีมสำรองและยังได้ลงกับทีมใหญ่ในรายการต่างๆ และเขายังคงได้รับความไว้วางใจให้เป็นกัปตันทีม ในนัดที่พ่ายให้กับ ชาร์เลสตัน แบทเตอรี่ ในรายการแข่งขัน ยูเอส โอเพ่น คัพ และเขาก็ได้สร้างความน่าทึ่ง ด้วยการที่เขาเหมายิงคนเดียวไป 4 ประตู ในเกมการแข่งขันกับทีม นิวยอร์ค เร้ดบลูล์ส เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม ค.ศ. 2009 และนั่นยังเป็นประตูที่ 7,000 ของประวัติศาสตร์ เมเจอร์ ซ็อคเกอร์ ลีก อีกต่างหาก และหลังจากนั้น วอนโดลอฟสกี้ เขาก็ได้ถูกส่งตัวมาให้กับทีม ซานโฮเซ ได้ใช้งานด้วยสัญญาการแลกตัวกับทาง แคม วีเวอร์ เมื่อเดือน มิถุนายน ค.ศ. 2009 พนันบอลออนไลน์ และจากการย้ายตัวในครั้งนี้เขาได้มีโอกาศลงเล่นให้กับทีมสโมสรใหม่มากขึ้น โดยเขาได้ลงเล่นในทีมชุดใหญ่ไป 14 แมตช์ และสามารถทำประตูไปได้ 3 ประตู ให้กับทีมซานโฮเซ และในปี ค.ศ. 2010 เขาสามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่น ด้สยการที่เขายิงไปทั้งหมด 18 ประตู จากการลงเล่น 26 นัด ในศึกฟุตบอล เมเจอร์ ลีก ซ็อคเกอร์ และได้พาทีมต้นสังกัดผ่านเข้าสู่รอบ เพลย์ออฟ โดยทั้ง 18 ลูก ที่เขาสามารถยิงได้นั้นทำให้เขาได้กลายเป็น ดาวยิงสูงสุดของลึกในฤดูกาลนั้นอีกด้วย และยังคว้ารางวัลรองเท้าทองคำติดมือกลับบ้านไป นอกจากนี้เขายังเป็นคนที่สามารถซัดประตูชัยในนัดเพลย์ออฟ ทำให้ทีมต้นสังกัดเอาชนะสโมสร นิวยอร์ค 3 - 2



ยอดฟลูแบ็ก อังเดร เยดลิน เขาเป็นนักเตะสัญชาติสหรัฐอเมริกา ในปัจจุบันเขาให้เล่นให้กับสโมสร ซานโฮเซ ในศึกลูกหนัง เมเจอร์ ลีก ซ็อคเกอร์ สหรัฐอเมริกา และทีมชาติ สหรัฐอเมริกา และเขาก็ยังเป็นกองหน้าที่สามารถคว้ารางวัลดาวซัลโวสูงสุดของลีกได้ 2 ซีซั่น นั่นก็คือฤดูกาลที่ 2010 และ 2012 และนี่เองที่ทำให้เขากลายเป็นนักเตะระดับแนวหน้าของ เมเจอร์ ลีก ซ็อคเกอร์ วอนโดลอฟสกี้ เขาเคยลงเล่นให้กับทีมไฮสคูลซ็อคเกอร์ที่ เดอ ลา ซาล ไฮสคูล ของเมือง คอนคอร์ด รัฐแคลิฟอร์เนีย ด้วยผลงานที่เขาสามารถทำได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาล 2000 - 2001 นั่นก็ทำให้เขาได้รับรางวัล "ผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปี" พนันบอลออนไลน์  เมื่อปี ค.ศ. 2011จากการโหวตของสื่อท้องถิ่น หลังจากที่เขาได้เรียนจบจากไฮสคูล เขาก็ได้ย้ายไปเล่นให้กับสโมสร ชิคาโก้ สเตท ยูนิเวอร์ซิตี้ และเขาสามารถพังประตูไปได้ทั้งหมด 39 ลูก จากการลงสนามทั้งหมด 84 แมตช์ และได้พาทีม "ชิคาโก้ร้คส์" เลื่อนชั้นขึ้นสู่ลีกสูงสุดในปี ค.ศ. 2004 จากการที่เขาสามารถถลุงประตูไปคนเดียว 17 ประตู เมื่อฤดูกาลที่ 2005 วอนโดลอฟสกี้ ได้เลือกใส่หมายเลข 41 ในการดราฟท์ของปี 2005 และก็เป็นทางด้านของ ซานโฮเซ เอิร์ธเควกส์ ที่สามารถคว้าตัวเขาไปร่วมทัพได้สำเร็จ ถึงแม้ว่าดาวยิงรายนี้จะสามารถลงเล่นให้กับทีมต้นสังกัดได้เพียงแค่ 2 นัดเท่านั้น แต่ทว่าในทีมชุดสำรองเขาสามารถยิงได้ถึง 8 ประตูจากการลงเล่น 12 นัด เมื่อฤดูกาลที่ 2006 - 2009 เขาได้ตัดสินใจย้ายไปร่วมทัพกับสโมสร ฮุสตัน ไดนาโม เมื่อปี ค.ศ. 2006 และเขาได้ลงสนามให้กับทีมสำรองไป 11 นัด แต่เขาสามารถยิงไปได้ถึง 13 ลูกเลยทีเดียว และประตูแรกในลีกของเขาก็เกิดชึ้น ในนัดที่ทีมต้นสังกัดของเขาได้พบกับชิคาโก้ ไฟเออร์ ในวันที่ 30 สิงหาคม ค.ศ. 2006 โดยเขายิงประตูได้ในนาทีที่ 18 และทำให้ทีมชนะไปในนัดนั้น พนันบอลออนไลน์ 


เขาได้ถลุงประตูในรายการ คอนคาเคฟ แชมเปี้ยนส์ คัพ ในรอบรองชนะเลิศ โดยพบกับทีม ปาชูก้า แต่ทีมของเขาก็ต้องออกหักตกรอบไปในที่สุด ภายหลังจากนั้นต่อมาเขาก็สามารถยิงประตูแรกได้ในรายการ ยูเอส โอเพ่น คัพ โดยในเกมนั้นทีมเขาได้เอาชนะ เอฟซี ดัลลัส ไปด้วยสกอร์ 3 - 0 พนันบอลออนไลน์ เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม ในปีเดียวกันนั่นเอง ในซีซั่นที่ 2008 เขายังคงได้รับโอกาศในการลงสนามอย่างต่อเนื่อง อยู่ในทีมสำรองและยังได้ลงกับทีมใหญ่ในรายการต่างๆ และเขายังคงได้รับความไว้วางใจให้เป็นกัปตันทีม ในนัดที่พ่ายให้กับ ชาร์เลสตัน แบทเตอรี่ ในรายการแข่งขัน ยูเอส โอเพ่น คัพ และเขาก็ได้สร้างความน่าทึ่ง พนันบอลออนไลน์ ด้วยการที่เขาเหมายิงคนเดียวไป 4 ประตู ในเกมการแข่งขันกับทีม นิวยอร์ค เร้ดบลูล์ส เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม ค.ศ. 2009 และนั่นยังเป็นประตูที่ 7,000 ของประวัติศาสตร์ เมเจอร์ ซ็อคเกอร์ ลีก อีกต่างหาก และหลังจากนั้น วอนโดลอฟสกี้ เขาก็ได้ถูกส่งตัวมาให้กับทีม ซานโฮเซ ได้ใช้งานด้วยสัญญาการแลกตัวกับทาง แคม วีเวอร์ เมื่อเดือน มิถุนายน ค.ศ. 2009  และจากการย้ายตัวในครั้งนี้เขาได้มีโอกาศลงเล่นให้กับทีมสโมสรใหม่มากขึ้น โดยเขาได้ลงเล่นในทีมชุดใหญ่ไป 14 แมตช์ และสามารถทำประตูไปได้ 3 ประตู ให้กับทีมซานโฮเซ และในปี ค.ศ. 2010 เขาสามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่น ด้สยการที่เขายิงไปทั้งหมด 18 ประตู จากการลงเล่น 26 นัด ในศึกฟุตบอล เมเจอร์ ลีก ซ็อคเกอร์ และได้พาทีมต้นสังกัดผ่านเข้าสู่รอบ เพลย์ออฟ โดยทั้ง 18 ลูก ที่เขาสามารถยิงได้นั้นทำให้เขาได้กลายเป็น ดาวยิงสูงสุดของลึกในฤดูกาลนั้นอีกด้วย และยังคว้ารางวัลรองเท้าทองคำติดมือกลับบ้านไป นอกจากนี้เขายังเป็นคนที่สามารถซัดประตูชัยในนัดเพลย์ออฟ























พนันบอลออนไลน์